เวอร์ชันเต็ม: [-- ทำเนียบวัตถุมงคลวัดโนนสว่าง(หลวงพ่อเจริญ  ฐานยุตโต) --]

PHPWind ภาษาไทย -> ฟอรั่มเริ่มต้น -> ทำเนียบวัตถุมงคลวัดโนนสว่าง(หลวงพ่อเจริญ  ฐานยุตโต) [สั่งพิมพ์] เข้าสู่ระบบ -> ลงทะเบียน -> ตอบกลับ -> ตั้งกระทู้

<<   1   2   3   4   5  >>  Pages: ( 5 total )

admin 2011-10-23 16:45

ทำเนียบวัตถุมงคลวัดโนนสว่าง(หลวงพ่อเจริญ  ฐานยุตโต)

เรียบเรียงจากข้อมูลที่รวบรวมจากวัดโนนสว่าง เป็นวัตถุมงคลของวัด และวัดสาขา

admin 2011-10-24 19:43
วัดโนนสว่าง (ข้อมูลจาก http://udn.onab.go.th/  ::: สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุดรธานี)

    วัดโนนสว่าง  เลขที่  300  หมู่ที่  3  ถนนอุดร-กุดหมากไฟ  ต.หมากหญ้า  อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี  41360  โทร. 042-285875

    ได้รับอนุญาตสร้างวัดเมื่อวันที่  9  เดือนกันยายน  พ.ศ. 2531
    ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่  29  เดือนพฤศจิกายน  พ.ศ. 2532
    ได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่  15  เดือนพฤษภาคม  พ.ศ. 2539  
    ขนาดของวิสุงคามสีมา  กว้าง  16  เมตร  ยาว  28  เมตร
    ที่ดินตั้งวัด  20  ไร่  ต่อมาขยายเพิ่มเติมอีก  45  ไร่


เจ้าอาวาส  คือ  พระครูพิพัฒน์วิทยาคม  นามเดิม  เจริญ  ฉายา  ฐานยุตฺโต  นามสกุล สารักษ์  อายุ  44  ปี  พรรษา  24  วิทยฐานะ  น.ธ.เอก  สำนักเดิม  วัดบุญญานุสรณ์  บรรพชาเป็นสามเณร  มีพระครูประสิทธิ์คณานุการ (คำดี  ธมฺมธโร)  เป็นพระอุปัชฌาย์  อุปสมบทเป็นพระภิกษุ  มีพระครูสิริธรรมวัฒน์ (ทองพูน  สิริกาโม)  เป็นพระอุปัชฌาย์
    เป็นเจ้าอาวาส  เมื่อวันที่  1  ธันวาคม  พ.ศ. 2532
    ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ครั้งแรก  เมื่อวันที่  5  ธันวาคม  พ.ศ.  2537
    ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นชั้นโท  เมื่อวันที่  5  ธันวาคม  พ.ศ. 2542
    ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลหมากหญ้า (ธ)  เมื่อวันที่  1  มีนาคม  พ.ศ.  2542
    มีพระภิกษุ-สามเณร  จำพรรษาปี  พ.ศ.  2547  รวม  50  รูป


ประวัติพระครูพิพัฒน์วิทยาคมโดยสังเขป


    พระครูพิพัฒน์วิทยาคม  (พระอาจารย์เจริญ  ฐานยุตฺโต)  มีนามเดิมว่า  เจริญ  นามสกุล สารักษ์ เกิดเมื่อ  วันพุธ  ตอนใกล้รุ่ง  ตรงกับวันที่  7  มิถุนายน  พ.ศ. 2504  ณ บ้านหนองวัวซอ  ต.หมากหญ้า (ปัจจุบัน คือ ตำบลหนองวัวซอ)  อ.หนองวัวซอ  จ.อุดรธานี
    โยมบิดาชื่อ  นายสงวน  สารักษ์  โดยพื้นเพต้นตระกูลเป็นคนบ้านหนองไข่นกม่วงสามสิบ  จ.อุบลราชธานี  โดยได้มาอยู่ที่อำเภอหนองวัวซอ  โดยมีปู่คือ พ่อใหญ่สารวัตรนา  สารักษ์  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในบ้านหนองวัวซอ  และมีย่า คือ แม่บัวมี  อัควงษ์  ซึ่งพื้นเพมีเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองในสมัยเก่าของจังหวัดหนองบัวลำภู
    โยมมารดาชื่อ นางฮวด  สกุลเดิม  โคตรรวิช  โดยพื้นเพเป็นคนบ้านเชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานีต่อมาโยมมารดาได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ที่บ้านโนนทัน  จ.หนองบัวลำภู และแต่งงานกับโยมบิดาที่บ้านหนองวัวซอ  ได้ประกอบสัมมาอาชีพ  ทำไร่  ทำนา  ต่อมาได้ให้กำเนิดบุตรธิดาด้วยกัน  10  คน คือ
        1.  นายทองม้วน        สารักษ์
        2.  นายบุญชุ่ม        สารักษ์
        3.  นายบุญคุ้ม        สารักษ์
        4.  นางหนูเล็ก        สารักษ์
        5.  นายบุญเชิญ        สารักษ์
        6.  พระครูพิพัฒน์วิทยาคม (พระอาจารย์เจริญ  สารักษ์)
        7.  นางหนูเกียรติ    สารักษ์
        8.  นายสมยศ        สารักษ์
        9.  นายสมศักดิ์        สารักษ์
      10.  นายสมควร        สารักษ์ (ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเยาว์)    
    เมื่ออายุเข้าเกณฑ์การศึกษา  นายสงวน  สารักษ์  ผู้เป็นบิดาได้นำเด็กชายเจริญ  สารักษ์  เข้าศึกษาจนจบชั้นประถมศึกษา  4  (ประถม  4  คือ ภาคบังคับในสมัยนั้น)  ณ  โรงเรียนบ้านหนองวัวซอ (ปัจจุบันคือ โรงเรียนอนุบาลหนองวัวซอ)  เมื่อจบการศึกษาในภาคบังคับแล้ว  เด็กชายเจริญ  สารักษ์  ก็มิได้คิดจะศึกษาเล่าเรียน  อีกทั้งมีจิตใจปฏิพัทธ์ในรสพระธรรม  จึงได้บรรพชาบวชเรียนเป็นสามเณร  ณ  วัดบุญญานุสรณ์  บ้านหนองวัวซอ  ต.หนองวัวซอ  จ.อุดรธานี    โดยมีท่านพระครูประสิทธิ์คณานุการ
(คำดี  ธมฺมธโร) เป็นพระอุปัชฌาย์  เมื่อสามเณรเจริญ  สารักษ์  มีอายุครบอุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี พ.ศ. 2524  ท่านจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ  ณ  อุโบสถวัดป่าสามัคคีอุปถัมภ์  อ.บีงกาฬ  จ.หนองคาย  โดยมีพระครูสิริธรรมวัฒน์  (ทองพูน  สิริกาโม)  เป็นพระอุปัชฌาย์  พระครูสุนทรนวกิจ  เป็นพระกรรมวาจาจารย์  และพระครูวินัยกิจโสภณ  เป็นพระอนุสาวนาจารย์  ได้รับฉายาในทางพระพุทธศาสนาว่าฐานยุตฺโต ในคณะธรรมยุตติกนิกาย
    พระครูพิพัฒน์วิทยาคม  ได้รับนิมนต์มาบูรณะปฏิสังขรณ์วัดโนนสว่าง  บ้านโนนสว่าง  ซึ่งแต่เดิมมีสถานะเป็นสำนักสงฆ์  ภายหลังจากท่านเจ้าอาวาสรูปเดิมคือพระครูพุทธศาสโนวาท (พระอาจารย์ชาลี  ถาวโร)  ได้ถึงแก่มรณภาพลง  ซึ่งท่านได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์สำนักสงฆ์แห่งนี้  จนมีสถานะเป็นวัดเมื่อวันที่  29  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2532  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เมื่อวันที่  23  พฤษภาคม  พ.ศ. 2539  เริ่มมีการสร้างเสนาสนะที่พักสงฆ์  ศาลาการเปรียญที่ปฏิบัติธรรม  จนทำให้วัดโนนสว่างแห่งนี้เจริญรุ่งรืองสืบต่อมา

สมณศักดิ์และหน้าที่การงานทางคณะสงฆ์

วันที่  1  ธันวาคม  พ.ศ.  2532    ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโนนสว่าง
วันที่  5  ธันวาคม  พ.ศ.  2537    ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร  
เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นตรี  มีราชทินนามที่  พระครูพิพัฒน์วิทยาคม    
วันที่  1  มีนาคม  พ.ศ.  2542    เป็นเจ้าคณะตำบลหมากหญ้า  ธรรมยุต
วันที่  5  ธันวาคม  พ.ศ.  2542    ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์  เจ้าคณะตำบลชั้นโท
วันที่  19  พฤศจิกายน  พ.ศ. 2543  เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560     ได้รับแต่งตั้ง..รักษาการเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ


คลิ๊กภาพเพื่อดูไสลด์

ผลงานที่ปรากฏแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป

    1.  มีการฝึกอบรมการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิแก่เยาวชนและพุทธศาสนิกชนทั่วไป
    2.  จัดให้มีการบวชชีพราหมณ์ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา  และมีผู้เข้าร่วมการบวชชีพราหมณ์เพื่อรักษาศีลและปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก
    3.  มีการเทศน์อบรมธรรมในวันธรรมสาวนะแก่พระภิกษุสามเณร  และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ตลอดถึงเยาวชนเพื่อให้ทราบข้อธรรมในการที่จะปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุขต่าง ๆ
    4.  ได้ฟื้นฟูวัฒนธรรมอีสานโดยให้มีการดำรงและอนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสานตามหลักฮีต  12  ครอง  14  เช่น  ประเพณีบุญพระเวสสันดรตามหลักโบราณของอีสาน เป็นต้น
    5. โน้มน้าวให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมของวัด เช่น จัดให้มีคณะตีกลองยาวไปแสดงในเทศกาลบุญต่าง ๆ อันเป็นการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีในกลุ่มเยาวชนและเสริมสร้างรายได้พิเศษให้แก่เยาวชนเหล่านั้น
    6.  มีการส่งเสริมการขับร้องสารภัญญะและการแข่งขันกลองกริ่งซึ่งเป็นประเพณีโบราณของชาวอีสานโดยจัดให้มีการประกวดการขับร้องสารภัญญะและการแข่งขันตีกลองกริ่งในวันออกพรรษาทุก ๆ ปี  มีโล่เกีรยติยศพร้อมเงินสดและใบประกาศนียบัตร
    7.  มีการส่งเสริมให้เลิกดื่มสุราและงดยาเสพติดโดยการสาบานตนต่อหน้าพระประธานและดื่มน้ำพุทธมนต์
    8.  สืบสานวัฒนธรรมประเพณีการทอดกฐินแบบจุลกฐิน  ซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากในปัจจุบันโดยงานประเพณีนี้ได้มีการจัดขบวนแห่เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนต่าง ๆ ตามลำดับของงานจุลกฐิน
    9.  งานบุญประเพณีตามเทศบาลต่าง ๆ ที่ทางวัดได้จัดขึ้น  ได้เป็นศูนย์รวมใจและก่อให้เกิดความสามัคคีของประชาชนในท้องถิ่น  รวมทั้งประชาชนโดยทั่วไปและชาวต่างชาติ
    10. ได้จัดให้มีการฟื้นฟูการศึกษาด้านอักษรศาสตร์  โดยเฉพาะอักษรโบราณ เช่น อักษรไทยน้อย  
อักษรธรรมอีสาน  อักษรธรรมล้านนา และอักษรขอม  เป็นต้น  ซึ่งท่านเป็นผู้มีความสามารถในการอ่านเขียนอักษรเหล่านั้นอย่างดี  และฝึกสอนให้พระภิกษุสามเณร  ตลอดถึงศาสนิกชนที่สนใจให้ได้เรียนจนชำนาญเป็นจำนวนมาก  สามารถอ่านเขียน  และจดจารลงในแผ่นใบลานได้  อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนา
อีกอย่างหนึ่ง
    11.  เผยแพร่พระพุทธศาสนา  โดยยึดหลักตามศาสนาธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ ให้นับถือพระพุทธ  พระธรรม  และพระสงฆ์  ให้ละเว้นประเพณีถือภูตผีบูชายัญนอกศาสนา  สอนให้เข้าใจหลักแห่งพุทธศาสนาที่แท้จริง  ชักชวนเข้ามาเป็นพุทธมามกะเป็นจำนวนมาก

ประวัติพระศรีรัตนศักยมุนี (หลวงพ่อบุษราคัม)

    ในวันที่  29  มกราคม  พ.ศ. 2548  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเททองหล่อพระศรีรัตนศักยมุนี (หลวงพ่อบุษราคัม)  ณ  วัดโนนสว่าง ต.หมากหญ้า  อ.หนองวัวซอ  จ.อุดรธานี
    ประวัติความเป็นมาในการสร้างพระพุทธรูป  เพื่อเป็นองค์พระประธานในอุโบสถวัดโนนสว่างต.หมากหญ้า  อ.หนองวัวซอ  จ.อุดรธานี  มีความเป็นมาว่า พระครูพิพัฒน์วิทยาคม (พระอาจารย์เจริญ  ฐานยุตฺโต)  เจ้าอาวาสวัดโนนสว่างก่อนที่ท่านจะดำริถึงการสร้างอุโบสถก็ได้นิมิตเห็นพระพุทธรูป  3  องค์  เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องได้เสด็จมาทางนภากาศในปางขัดสมาธิ  ได้เปล่งแสงรัศมีสว่างไสวไปทั่วทั้งวัด  ตามในนิมิตของท่านได้มาหยุดอยู่ตรงหน้า  ท่านจึงได้กราบเรียนถามพระพุทธรูปทรงเครื่องทั้งสามองค์นั้นว่า  ท่านเสด็จมาจากไหน และมาเพื่ออะไร  พระพุทธรูปทั้งสามองค์ก็ตอบกับท่านเป็นภาษาเหนือว่า “มาชุ่มมาเย็นให้”  หรือจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาให้วัดนี้  พอพระพุทธรูปทั้งสามองค์กล่าวกับท่านเช่นนั้นแล้ว  พลันกลับกลายเป็นแสงสว่างดุจประทีปอันโชติช่วงลอยไปดับลงตรงลานดินกว้างหน้าศาลาการเปรียญซึ่งเป็นอุโบสถในทุกวัน  พอรุ่งเช้าของวันต่อมาขณะที่ท่านนั่งอยู่ในกุฎิ  ก็ได้มีพระเถระซึ่งเป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งจำนวน  3  รูป  เดินทางมาจากวัดอนาลโยทิพยาราม (ดอยบุษราคัม อ.เมืองพะเยา  คือพระราชสังวรญาณ (พระอาจารย์ไพบูลย์  สุมงฺคโล)  แห่งวัดอนาลโยทิพยาราม  ดอยบุษราคัมนั้นเอง  โดยที่พระครูพิพัฒน์วิทยาคมไม่ทราบมาก่อนว่าท่านเจ้าคุณจะมาเยี่ยมที่วัดโนนสว่าง  
ซึ่งระยะทางจาก จ.พะเยา  มายัง จ.อุดรธานี ไกลมาก  เมื่อท่านได้กราบนมัสการหลวงพ่อไพบูลย์  สุมังคฺโล  เรียบร้อยแล้ว  ท่านก็นึงถึงนิมิตของท่านที่คล้ายเหตุการณ์ในวันนี้  ท่านจึงกราบเรียนเล่าเรื่องราวในนิมิตให้หลวงพ่อไพบูลย์สดับฟัง  เมื่อฟังจบหลวงพ่อไพบูลย์ก็ยิ้มคล้ายกับว่าเป็นเรื่องไม่น่าแปลกอะไร  เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจให้กับท่านพระครูยิ่งนัก  อีกนัยหนึ่งเหมือนหลวงพ่อไพบูลย์รู้เรื่องที่จะเล่าถวาย
    ท่านเจ้าคุณพระราชสังวรญาณ  เป็นพระเถระที่พระครูพิพัฒน์วิทยาคม ให้ความเคารพและนับถือยิ่ง  หลังจากที่ได้เล่าเนื้อความตามนิมิตถวายให้หลวงพ่อไพบูลย์ฟังเสร็จแล้ว  ไม่นานท่านจึงเดินทางกลับ จ.พะเยา
    ต่อมาท่านพระครูพิพัฒน์วิทยาคม  ได้ตั้งสัจจะไว้ในใจว่าจะต้องสร้างพระประธานเพื่อประดิษฐานไว้ในอุโบสถ  หน้าตักกว้าง  109  นิ้ว  เป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์ให้ได้  ในชั้นแรกพระประธานที่ท่านจะให้ช่างปั้นขึ้นมานี้ไม่ใช่หลวงพ่อบุษราคัม  แต่ให้ปั้นตามแบบพระพุทธรูปเก่าองค์หนึ่งซึ่งเป็นพระเนื้อสัมฤทธิ์เก่าแก่  ศิลปะแบบลานช้าง  ท่านก็ได้บอกลักษณะของพระพุทธรูปองค์นั้นให้ช่างฟัง  ต่อมาช่างได้ปั้นตามความต้องการของท่าน  เมื่อช่างได้ปั้นขึ้นถึงพระพักตร์ของพระพุทธรูปจึงนิมนต์ท่านมาดู  เมื่อพิจารณา
ดูแล้วท่านก็บอกกับช่างว่าพระพักตร์ไม่เหมือนเลยไม่เป็นที่พอใจ  จึงให้ปั้นใหม่ ช่างปั้นกี่ครั้ง ๆ ก็ไม่เป็นที่พอใจ  ทำให้ท่านพระครูเกิดความสงสัยขึ้นในใจว่า “ทำไมปั้นไม่ได้สักทีด้วยว่าฝีมือช่างก็ไม่ธรรมดา”  ท่านจึงพินิจพิจารณาพระพุทธรูปโดยละเอียดอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ   คิดในใจว่า “ทำไมถึงปั้นไม่ได้สักที”  ทันใดนั้นกลับมีเสียงหนึ่งดังกังวานแว่วกล่าวกับตัวท่านว่า  “เรามาขออยู่ตั้งนานแล้ว  ทำไมไม่ปั้นเรา  ทำไมต้องไปปั้นองค์อื่น”  พอเสียงกังวานนั้นหายไปไม่นาน  ท่านก็เลยย้อนนึกถึงนิมิตเมื่อคราว
ครั้งก่อน  เมื่อคิดโดยละเอียดถี่ถ้วน  จึงเข้าใจในนิมิตธรรมอันประเสริฐนั้น  ต่อมาจึงให้ช่างเลิกปั้นพระพุทธรูปตามแบบองค์เดิม  ให้ปั้นตามแบบดั่งในนิมิตนั้นเอง
    เป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง  เมื่อช่างเริ่มปั้นทุกอย่างเป็นที่ราบรื่น  เมื่อแล้วเสร็จจึงนิมนต์ท่านพระครูมาดู  เมื่อท่านพิจารณาดูแล้วจึงพูดว่า “นี่แหละเหมือนกับที่เห็นในนิมิตเรา”  นับว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งนักสำหรับพระประธานองค์นี้ต่อมาท่านได้ขอให้ท่านเจ้าคุณพระราชสังวรญาณ  (หลวงพ่อไพบูลย์)  ถวายพระนามพระปฏิมากรองค์สำคัญ  ท่านถวายพระนามว่า “พระศรีรัตนศักยมุนี”  ทราบเรื่องจากท่านเจ้าคุณพระราชสังวรญาณในภายหลังว่า  ตัวท่านไม่ได้เป็นผู้ถวายพระนาม  แท้จริงผู้ถวายพระนามคือ ท้าวสักกะเทวราช
    พระศรีรัตนศักยมุนี  หรือที่เรียกอีกนามว่า  หลวงพ่อบุษราคัม  องค์นี้ท่านพระครูพิพัฒน์วิทยาคมกล่าวว่า  ภายหน้าจักเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองในเขตนี้  ด้วยว่าเป็นพระพุทธรูปขององค์กษัตริย์  ผู้ที่จะเททองหล่อต้องไม่ใช่สามัญชนธรรมดา  ต้องเป็นผู้มีบุญญาธิการเปี่ยมล้น  ต้องเป็นเจ้าฟ้ามหากษัตริย์พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง  ประดุจพระพุทธรูปองค์สำคัญในครั้งโบราณกาล เช่น หลวงพ่อพระใส  พระเสริม  พระสุก  ที่เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง  ซึ่งพระราชธิดาแห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้างขึ้นเป็นพระพุทธรูปควรแก่การกราบสักการะทั้งในปัจจุบันและในอนาคตกาลชั่วลูกชั่วหลาน
    นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่  ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี  เสด็จเป็นองค์ประธานเททองหล่อพระพุทธปฏิมากรองค์สำคัญ  ในวันที่  29   มกราคม  2548  อันนำมาซึ่งความปิติยินดีเป็นล้นพ้นแก่เหล่าพสกนิกร  ชาวอำเภอหนองวัวซอ  และชาวจังหวัดอุดรธานีทุกผู้ทุกนาม.

ประวัติการศึกษาธรรม และพระเวศฯ พอสังเขป

       บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบุญญานุสรณ์ อำเภอหนองวัวซอ  อุดรธานี มีพระครูประสิทธิ์คณานุการ อดีตเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ ธรรมยุต เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะเป็นสามเณรได้สนใจศึกษาหัดอ่านเขียนคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมอีสานกับพ่อใหญ่มั่นผู้เฒ่าที่ปราชญ์ชาวบ้านซึ่งสามารถอ่านเขียนและจารอักษรธรรมอีสานได้ และท่านผู้นี้เป็นฆราวาสที่มีอาคมด้วย จึงได้เรียนอักษรธรรมและอาคมบ้างพอประมาณ ต่อมาจึงสามารถอ่านเขียนอักษรธรรมล้านนาและอักษรไทยน้อยได้จนแตกฉานและสามารถจารหนังสือใบลานได้ตั้งแต่บรรพชาไม่ถึง ๒ พรรษา ความที่ไม่เข้าใจว่าทำไมชาวบ้านจึงนับถือภูตผีปีศาจ จึงศึกษาถึงที่มาที่ไปจนผ่านไปหลายปีจึงทราบได้ว่าพระพุทธเจ้าทรงให้เลิกนับถือสิ่งเหล่านั้นและให้ถือพระรัตนตรัยแทน จึงเริ่มสนใจในวิชาพุทธาคมและเริ่มศึกษาควบคู่ไปกับการศึกษาข้อความในคัมภีร์ซึ่งต่อมาทำให้เป็นผู้มีความรอบรู้ในเรื่องพระคัมภีร์อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องพระสูตร เรื่องราวในทางธรรมะต่างๆ ตำรายาแผนไทยโบราณ ตำราดวงชะตา ตำราลงอักขระปลุกเสกต่างๆ ซึ่งได้ศึกษาพอประมาณ
       ต่อมา จึงได้ถวายตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์สมพงษ์หรือพระธรรมสังวร วัดพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ อุดรธานีเรียนวิชาลงตะกรุดโทนและวิชารักษาคนผู้ถูกมนต์ทำร้ายเป็นต้น และอาศัยอยู่กับหลวงปู่โถน พระครูสถิตธรรมรัตน์ วัดโสกแจ อำเภอกุดจับ อุดรธานี ได้เรียนวิชาลงตะกรุดหกกษัตริย์ และกบตายคารู และลงนะหน้าทอง และอีกหลายอย่าง เป็นสามเณรอุปัฏฐากอยู่กับหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล หนองบัวลำภู เป็นต้น
       เมื่ออายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดป่าสามัคคีอุปถัมภ์ อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย โดยมีพระครูสิริธรรมวัฒน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินัยกิตติโสภณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์  พระครูสุนทรนวกิจ วัดอรุณรังษี เป็นพระอนุสวนาจารย์ ได้ฉายาว่า “ฐานยุตฺโต” ในคณะธรรมยุต
เมื่ออุปสมบทแล้วได้ไปจำพรรษาอยู่กับพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่เมตตาหลวง) วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม อำเภอปากช่อง นครราชสีมา หลวงปู่ให้เรียนเอาวิชาเมตตาหลวง ตำราเลขยันต์ คาถาลงตะกรุดโทน แคล้วคลาด ยันต์ตรีนิสิงเห และสอนให้บริกรรมธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ นะ มะ พะ ทะ  หลายปีต่อมาขณะจำพรรษาอยู่วัดป่าพรรณนานิคม ได้พบหลวงปู่สาม อกิญจโน วัดป่าไตรวิเวก จังหวัดสุรินทร์
       เมื่อหลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม วัดสิริสาลวัน หนองบัวลำภู มรณภาพลง ได้มางานพระราชทานเพลิงศพท่านและได้รับนิมนต์ให้อยู่ต่อ ต่อมาพระครูพุทธศาสโนวาท (ชาลี) เจ้าอาวาสวัดศรีสว่าง (ชื่อวัดในขณะนั้น) ถึงแก่มรณภาพลง จึงได้อยู่ช่วยงานศพจนแล้วเสร็จ ชาวบ้านจึงอาราธนาให้จำพรรษาที่วัดนั้น และขอให้ช่วยพัฒนาวัดด้วยเพราะเป็นวัดในอำเภอบ้านเกิด จนกระทั่งได้รับแต่งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ต่อมาเปลี่ยนชื่อวัดศรีสว่างเป็น วัดโนนสว่าง และจำพรรษาอยู่จนปัจจุบัน ตั้งแต่มาช่วยพัฒนาอารามแห่งนี้ก็เจริญ รุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ พระครูพิพัฒน์วิทยาคมก็ได้ใช้สรรพวิชาพุทธาคมที่ได้เล่าเรียนมาตั้งแต่เป็นสามเณรช่วยสงเคราะห์ชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนทั่วไปตามกำลังที่มี  ส่วนการสร้างวัตถุมงคลและปลุกเสกวัตถุมงคลนั้นได้ทำตามตำหรับวิชาผึ้งพันน้ำมันหมื่น จนทำให้วัตถุมงคลเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การนำไปสักการะบูชา


ผู้สืบสานตำหรับวิชาพุทธาคมอีสานโบราณผึ้งพัน น้ำมันหมื่น
       ในการปลุกเสกวัตถุมงคลของพระครูพิพัฒน์วิทยาคม ในขณะปลุกเสกนั้น จะต้องนั่งบนอาสนะที่หล่อด้วยขี้ผึ้งแท้หนัก ๔๐,๐๐๐ หรือ ๔๘ กิโลกรัม และบริกรรมธาตุและพระคาถาด้วยลูกประคำงาช้างจำนวน ๒๑๖ ลูก และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้คือ ครุภัณฑ์ ซึ่งก็คือเครื่องบูชาพระรัตนตรัยชุดใหญ่ อันประกอบด้วยเครื่องบูชาตามตำหรับโบราณหลายชนิดเช่น เครื่องพัน หมายถึงจำนวนละพันชิ้น และน้ำมันหมื่น อันได้แก่น้ำมันหลายชนิดเช่นน้ำมันงา หรือน้ำมันยางแบบโบราณแท้  ซึ่งทั้งหมดทั้งนั้นก็ คือเครื่องบูชาพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ตั้งแต่สมัยโบราณ กล่าวกันสืบๆมาว่า ครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมสายอีสานโบราณจนถึงผู้ทรงวิทยาคมทางฝั่งลาวหากจะเรียนสรรพวิทยาคมต่างๆ หรือจะลงประจุคาถาอาคมลงในวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นนั้น ต้องแต่งเครื่องบูชาด้วยเครื่องบูชาที่เรียกว่า ผึ้งพัน น้ำมันหมื่นเท่านั้น เมื่อแต่งเครื่องบูชาแล้วจึงเริ่มทำพิธีมหาพุทธาภิเษก และลงประจุอาคม ที่สำคัญต้องกระทำการในวันบุญมหาชาติเท่านั้น จึงจะได้วัตถุมงคลที่ศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังมีอานุภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพและสังฆานุภาพ
ผึ้งพัน ประกอบด้วยเทียนขี้ผึ้งแท้ หนึ่งพันเล่ม ธูปพันดอก เมี่ยงหมากพันชุด บุหรี่พันมวน ดอกไม้ประกอบด้วย ดอกผักตบ ดอกบัวหลวง ดอกอัญชัน ดอกปีบ (ดอกก้านของ) ดอกโสน (ใช้ลำโสนมาแต่งเป็นดอกไม้)  ดอกคัดเค้า ขันบายศรี ข้าวเหนียวปั้นพันก้อน  กรวยกระทงใบฝรั่งพันกรวย เงินพันบาท ธงช่อ ธงหาง ข้าวคั่วตอกแตก จัดให้ได้อย่างละพัน พอสังเขปเท่านี้ และมีอีกหลายชนิดที่ไม่ขอกล่าวถึง น้ำมันหมื่น โบราณใช้น้ำมันยาง หรือน้ำมันงาหนักหนึ่งหมื่น ใส่กระปุกหรือขวดแก้ว ทุกอย่างที่กล่าวใส่ลงในภาชนะพานโตก หรือภาชนะจักสานขนาดใหญ่ ส่วนเทียนขี้ผึ้งห่อรวมกันไว้ด้วยผ้าขาวแล้วพันด้วยด้ายฝ้ายดิบสีขาว ทุกอย่างรวมเรียกว่า ครุภัณฑ์ เป็นเครื่องบูชาพระพุทธเจ้า นี่คือที่มาของคำว่าผึ้งพัน น้ำมันหมื่นที่พระครูพิพัฒน์วิทยาคมใช้เป็นเครื่องบูชาพระธรรมในการพิธีพุทธาภิเษกของวัดโนนสว่างตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน
        พิธีพุทธาภิเษกของวัดโนนสว่างนั้น จะมีตำราสวดพุทธาภิเษกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพระครูพิพัฒน์วิทยา เป็นสมุดไทย ๑ ชุดมีจำนวน ๔ เล่มใหญ่ มีชุดที่เป็นอักษรธรรมเขียนด้วยลายมือท่านเอง และชุดที่พิมพ์ด้วยอักษรไทย ซึ่งเนื้อหาจะประกอบด้วยพระคาถามากมายเป็นเอกลักษณะเฉพาะ
จึงสรุปได้ว่า พิธีพุทธาภิเษกจะต้องดำเนินไปด้วยความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ และถูกต้องตามระเบียบแบบแผนตามแนวทางของผู้ทรงวิทยาคมอีสานโบราณ
ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ในเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ.๙) และพุทธศาสนิกชนทั่วไป เข้าร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกวัตถุมงคลและงานสมโภชพระพุทธนราสภะทศพล และสืบชะตาหลวงแบบอีสานโบราณ ปิดท้ายด้วยพิธีเถราภิเษกฮดสรง เพื่อเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัวต่อไป



admin 2011-10-24 19:44
เหรียญรุ่น1 สร้างปี2537 (หมด)

              เป็นเหรียญรุ่นแรก ที่หลวงพ่อยอมให้นำรูปเหมือนของท่านมาทำเป็นเหรียญ จากก่อนหน้านั้นท่านไม่ยอมให้ทำ เนื่องจากท่านบอกว่าท่านยังอายุน้อย ยังไม่พร้อม (คำบอกเล่าจากศิษย์รุ่นแรกๆ)  และเมื่อท่านยอมให้สร้าง ทำทั้งทีต้องทำให้ดีที่สุด เพราะเหรียญเหล่านี้ลูกศิษย์นำไปใช้ ถ้าไม่ดีเขาจะมาว่าเราได้ ดังนั้นเมื่อท่านได้เหรียญมาท่านก็ปลุกเสกเต็มที่ ผู้เขียนไปกราบท่านหลังจากงานวันเกิดท่าน(เสาร์ที่ 4 มิถุนายน 2554) วันอาทิตย์ที่5 มิถุนายน 2554 ช่วงเช้าหลังจากที่ได้เก็บของช่วยพี่ๆน้องๆ เก็บอุปกรณ์การจัดงาน วัตถุมงคลเสร็จ ก็ได้บูชาวัตถุมงคลบางรุ่นในวัด และได้เข้าไปกราบหลวงพ่อ ท่านดูมีความสุขมากที่เห็นลูกศิษย์ลูกหามากันเป็นจำนวนมาก และเช่าหาวัตถุมงคลของท่านไปใช้ปกปักรักษาตัว พอเห็นวัตถุมงคลท่านก็เล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง หนึ่งในนั้นเป็นความเป็นมาเกี่ยวกับเหรียญรุ่น 1
      ขอเอาคำพูดมาเล่าคร่าวๆให้ได้อ่านกันครับ
      ท่านบอกว่า    "เหรียญรุ่นนึ่งนี่ดีเด้อ คั่นมีกะเก็บไว้ดีๆ ข่อยปลุกเสกโดน 8 เดือนพู้นเด้นี่"
                           คือปลุกเสกโดนแท้ครับหลวงพ่อ
                           "เอ่ามันเป็นรุ่นแรก บ่อเคยออกเหรียญ ย่านเขาเอาไปไซ่แล้วบ่อดีเขากะสิว่าเฮาได่"
                           ตอนนี้คนหากันหลายเด้ครับหลวงพ่อ บูซากันแพงอีหลีคับ เขาว่ามีประสบการณ์ครับ
                           "โอ้ยตะกี้กะแจก ผู่ได๋มาซ่อยงานกะแจกๆ ไป ไปอยู่กับชาวบ้าน ได้ไปเขากะห่อยเลย มันกะเกิดประสบการนั่นตั๊ว"
                           ......................................
                           "บ่อแม่นคือหมู่เจ่าน้อ ได่ไปกะเอาไปไว้เทิงหิ่งพู้น นิมนต์ไว้เทิงหิ่งเพิ่นกะอยู่เทิงหิง-อยู่บ้านตั๊ว อีหยังมันสิแล่นขึ้นไปเป็นอยู่เทิงหิงน้อหาเว่า
                             (อีหยัง=ประสบการณ์)"
                           "แต่ก่อนนี่ออกให่บูชา 100เดียว พอมันมีประสบการณ์ เขากะพากันมาเอา คนละเหรียญ สองเหรียญ แห่งทางเลิงใต้พู้นเหมารถมาเอาคนละ 5 เหรียญ 10 เหรียญพู้น"

*** จำนวนการจัดสร้าง  3,650 เหรียญ (ได้รับข้อมูลจากธรรมหนู กรรมการจัดสร้าง ณ ตอนนั้น ( กรรมการจัดสร้างมี 3 ท่าน คือ ธรรมหนู จ่าวัฒน์ และคุณสมชาย ว่ามีการจัดสร้างรุ่น 1 ทั้งรูปหล่อและเหรียญ จำนวน 5,000 โดยแบ่งเป็น เหรียญรุ่น 1 จำนวน 3,650 เหรียญ และรูปหล่อจำนวน 1,350 องค์) หลังจากเสกเสร็จหลวงพ่อท่านได้มอบพระให้กรรมการทั้ง 3 ท่านโดยมีรูปหล่อคนล่ะ 100องค์ เหรียญรุ่น 1 คนล่ะ 100 เหรียญ )
     
                          
         โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านนะครับ ผมเพียงอยากให้ทราบว่าวัตถุมงคลแต่ละรุ่นหลวงพ่อที่ออกมาท่านตั้งใจทำเพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาเอาแล้วให้เอาไปใช้ ไม่ได้ให้เอาไปเก็บเพราะมันไม่เกิดประโยชน์ ฉันใดฉันนั้น ซื้อมีดเล่มใหญ่ๆคมๆมาแต่ท่านเก็บไว้ในบ้านกลัวมันเก่า เมื่อท่านอยากได้ไม้มาทำฟืนมากๆ แต่ท่านก็ยังใช้มือเปล่าไปหักหรือใช้มีดเล่มเก่าทื่อๆไปตัดไม้มาทำฟินอยู่ มันก็ไม่ได้ทำให้ท่านมีฟินชิ้นใหญ่ๆมากขึ้นมาทั้งที่ท่านมีมีดเล่มใหญ่คมๆ ก็ตามครับ

admin 2011-10-24 19:45
เหรียญรุ่น2 สร้างปี2538 (หมด) ไม่มีข้อมูลการจัดสร้างและจำนวน



admin 2011-10-24 19:46
เหรียญรุ่น3(พิเศษ) สร้างปี2539 (หมด)

admin 2011-10-24 19:46
เหรียญฉลองฉัตรทองคำ สร้างปี2545 (หมด)

          จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาศ จัดสร้างฉัตรทองคำ ถวายวัดโนนสว่าง จัดสร้างออกมา 2 แบบคือ เหรียญทองแดง จัดสร้าง จำนวน 15.000 เหรียญ และเหรียญเงินลงยา ไม่ทราบจำนวนสร้างที่แน่นอน

admin 2011-10-24 19:46
เหรียญถวายฉัตรทองคำ สร้างปี2547 (หมด)

         หลังจากสร้างฉัตรทองคำเสร็จสิ้นก็นำมาถวายทางวัด และทางคณะผู้จัดทำจึงได้สร้างเหรียญถวายฉัตรทองคำขึ้น มีมอบให้ทางคณะผู้ที่จัดทำฉัตรทองคำและที่มาถวาย อีกส่วนหนึ่งถวายให้ทางวัด จำนวนการจัดสร้างยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด

admin 2011-10-24 19:47
เหรียญเพชรแสนลูก สร้างปี2549(หมด)

         ลูกศิษย์สายตำรวจเป็นผู้จัดสร้าง เท่าที่เห็นมีเหรียญทองแดงรมดำ และเหรียญทองแดง 3 กษัตริย์  ส่วนเนื้ออื่นๆ และจำนวนสร้างไม่ทราบแน่ชัด

admin 2011-10-24 19:47
เหรียญขอมดำดิน(เตารีด) สร้างปี2549 (ขอบคุณข้อมูลต่างๆ จากพี่นนท์(ผู้จัดสร้างเหรียญรุ่นนี้)) (หมด)

            เป็นเหรียญที่เด่นด้านเมตตา คงกระพัน ปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากมีคนนำไปใช้แล้วเกิดประสบการณ์กับผู้ใช้ และได้เล่ากันปากต่อปาก จนปัุจจุบันจัดว่าเป็นเหรียญที่หายากอีกเหรียญหนึ่งของหลวงพ่อเจริญฯ และในไม่ช้านี้เหรียญนี้จะเป็นเหรียญที่ติดแรงอันดับต้นๆ ของหลวงพ่อเจริญฯ อย่างแน่นอนครับ ผู้จัดสร้างได้สร้างถวายหลวงพ่อจำนวน 3,000 เหรียญ  แยกเป็น
            1. เหรียญตอกโค๊ต จำนวน 1,500 เหรียญ  หลวงพ่อแจกประมาณ 300 องค์ และให้บูชาที่วัดส่วนหนึ่ง อีกจำนวนหนึ่งหลวงพ่อเก็บเข้าไห(กรุ)
            2. เหรียญบางไม่ตอกโค๊ต จำนวน 1,500 เหรียญ หลวงพ่อแจกในพิธีทั้งหมด

เรื่องเล่าโดย ท่านcoke

พระคาถาขอมดำดิน
         พระคาถานี้หลวงพ่อได้มาจากขอมดำดินเป็นคนนำมามอบให้ที่วัด หรือในงานพุทธาภิเษกไม่แน่ใจท่านเล่าให้ฟังนานแล้ว แต่น่าจะเป็นที่วัดนะ ท่านเล่าว่าวันนั้นท่านนั่งอยู่ (น่าจะเป็นการเข้าสมาธิ) ท่านเห็นอะไรไม่รู้มาดำผุดดำว่ายต่อหน้าท่านแต่อยู่ไกลๆ ท่านว่าดำผุดดำโผล่นี่พื้นดินนะครับ ไม่ใช่ในน้ำ  เดี๋ยวก็ผลุบลงตรงนี้ ไปโผล่ตรงโน้น จากตรงโน้นมาโผล่ตรงนี้แต่ไกลท่านว่า ก็แปลกใจว่าอะไรครั้งแรกยังไม่ได้ถามก็ได้แต่เฝ้ามองตามไปเรื่อยๆ ท่านบอกว่าเวลามันโผล่ขึ้นมานี่่นะดินมันแตกโผละออกเหมือนพลุแตก ยังไงยังงั้น " (ท่านนั่งบนแคร่ไม้ทำมือประกอบลักษณะการแตกโผล่ะให้ดูด้วย) สักพักท่านก็เลยถามไป " ใครต้องการอะไร " ทันใดนั้น...สิ่งนั้นมาโผล่ตรงหน้าท่านเลยคราวนี้ เป็นผู้ชายมีผ้ามวยผมไม่ใส่เสื้อโผล่มาแค่ครึ่งตัวและบอกว่าเขาคือขอมดำดิน แล้วก็มอบคาถาขอมดำดินให้ท่านพอบอกเสร็จก็ดำดินหายไปเลย  ท่านเล่ายิ้มๆอย่างอารมภ์ดีว่านี่ถ้าเอามาขุดอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินคงดี ลูกศิษย์ก็เลยพากันหัวเราะกันอย่างครื้นเครง ภายหลังท่านได้ลองวิชานี้ก็ได้พบกับความศักดิ์สิทธิ์ของคาถาเป็นที่ประจักษ์พอดีมีลูกศิษย์มาขอสร้างเหรียญท่านเลยให้นำพระคาถานี้บรรจุในเหรียญ เลยเป็นชื่อของเหรียญรุ่นนั้นว่า " เหรียญขอมดำดิน "  รุ่นนี้ได้ยินว่าหลวงพ่อใส่ไหหมดแล้วครั้งหลังสุดพี่ ปณ.ไปขอให้หัวหน้าก็ไม่ได้ ถ้าสร้างขึ้นมาอีกถือเป็นโอกาสดีครับถ้าใครยังไม่มีแนะนำให้เก็บนะ โดยเฉพาะพระที่ท่านสร้างรุ่นใหม่ก็จะใส่คาถาเข้าไปอีกไม่ผิดหวังครับ...

admin 2011-10-24 19:48
เหรียญฉลองศาลาการเปรียญ วัดป่าเจริญธรรม (บ้านเพ็ก) ปี2549

          วัดป่าเจริญธรรม(วัดบ้านเพ็ก) ซึ่งเป็นวัดสาขา ได้ขอจัดสร้างและนิมนต์หลวงพ่อไปปลุกเสก ในโอกาศที่วัดบ้านป่าเจริญธรรมฉลองศาลาการเปรียญ มีออกมาให้เห็นเป็นเหรียญทองแดง

admin 2011-10-24 19:48
เหรียญกลมใหญ่รุ่นเสาร์5(เลิงใต้) สร้าง7เม.ย.50

           เหรียญรุ่นนี้ลูกศิษย์ลูกหาสายทางวัดเลิงใต้ขอจัดสร้าง กลุ่มลูกศิษย์ทางเลิงใต้เคารพศรัทธาหลวงพ่อมาก ส่วนวาระในการจัดสร้างและวัตถุประสงค์ไม่ทราบแน่ชัด เหรียญที่ออกมาให้เห็นมีเหรียญทองแดง และเหรียญนวะโลหะ

admin 2011-10-24 19:49
เหรียญกลมใหญ่ฉลองอุโบสถ ปี2550 (ไม่มีรายละเอียดแน่นอน)

admin 2011-10-24 19:50
เหรียญฉลองอุปปัชชา ปี2550 (หมด)

           จัดสร้างขึ้นในโอกาสวาระที่หลวงพ่อได้รับยศเป็นพระอุปปัชชา จำนวนการสร้าง 30,000 เหรียญ
           1. เหรียญทองเหลือง  จำนวนการสร้าง 10,000 เหรียญ
           2. เหรียญทองแดง      จำนวนการสร้าง 10,000 เหรียญ
           ซึ่งออกให้บูชาเหรียญละ 100 บาท เป็นเหรียญที่มีคนมองข้าม แต่พอย่างเข้าปี 2552 เกิดประสบการณ์กับลูกศิษย์ ข่าวได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีคนมาเช่าบูชาเป็นจำนวนมาก และหมดไปจากวัดอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันจัดว่าเป็นเหรียญหายากอีกเหรียญหนึ่ง ที่ว่าหายากก็เนื่องจากคนที่ได้ไปเก็บรักษากันอย่างดี และหวงแหนกันมาก ทำให้ปัจจุบันเหรียญรุ่นนี้ราคาพุ่งเป็นหลายเท่าตัวจากราคาวัด (โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านครับ)

admin 2011-10-24 19:50
เหรียญหลวงพ่อฝนแสนห่า (หมด)

admin 2011-10-24 19:51
เหรียญหมูตันหลวง ปี2551 (ข้อมูลเก่าๆจากพี่นกอุดร) (หมด)

เหรียญหมูตันหลวง หลวงพ่อเจริญ วัดโนนสว่าง จ.อุดรธานี
      หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต วัดโนนสว่าง อ.หนองวัวซอ อุดรธานี ได้จัดสร้างเหรียญรุ่นหมูตันหลวงขึ้น ตามพิธีปลุกเสกในใบลานเก่าแก่ตามพระคาถาเพร็ชหนูหลวง โดยหลวงพ่อได้นั่งทับปืน ทับดาบ ตามในความหมายข่มศาตราวุธ หลวงพ่อเจริญ ท่านได้ราชทินนาม เป็นพระครูพิพัฒน์วิทยาคม(ฝ่ายธรรมยุต) ในปี พ.ศ.2537 เฉกเช่นหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ท่านได้รับราชทินนามสายวิทยาคม(ฝ่ายมหานิกาย) ในปีเดียวกัน
     หากคิดว่าท่านใดมีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ถูกคุณไสย์ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ หลวงพ่อเจริญเป็นพระสงฆ์อีกหนึ่งรูป ที่เชี่ยวชาญแตกฉานในการขับไล่ และรักษาสิ่งไม่ดี ทั้งนี้หลวงพ่อไม่ได้เรียกรับเงินทองแต่ประการใดทั้งสิ้น ปัจจุบันหลวงพ่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากที่ผ่านมาหลายหมื่นคน ไม่เคยเรียกร้องเงินทองจากใครทั้งสิ้น
     พิธีพุทธาภิเษกเหรียญหมูตันหลวง  เป็นครั้งแรกที่หลวงพ่อเจริญ  ฐานยุตโต  ท่านเมตตาปลุกเสกโดยใช้พระคาถาโบราณ นั้นคือ "พระคาถาเพ็ชร์หนูหลวง"  โดยในพระคาถาจะกล่าวถึงมนต์ขลังเกี่ยวกับการป้องกันศาสตราวุธต่าง ๆ อยู่ยงคงกระพัน  ป้องกันภัยอันตรายทั้งปวง  เป็นพระคาถาบทใหญ่มีความยาวหลายหน้า  ทั้งนี้ผู้ปลุกเสก (หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต)  ต้องนั่งทับปืนทับดาบ ทับหินศิลา  หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต   ท่านได้เมตตาดำเนินการปลุกเสก "เหรียญหมูตันหลวง"  ตามพระคาถาที่บันทึกไว้ในใบลานทุกประการ  ตลอดจนเมื่อปลุกเสก"พระคาถาเพ็ชรหนูหลวง"เสร็จ  หลวงพ่อเจริญ ก็ได้ปลุกเสก"พระคาถาหมูตันหลวง" อีกครั้งหนึ่งซ้ำ  "พระคาถาหมูตันหลวง" ก็เป็นพระคาถใหญ่เช่นกัน  ในใบลานกล่าวไว้ว่า "พระคาถาหมูตันหลวง สามารถคุ้มครองได้ทั้งบ้านเรือน"เลยทีเดียว  พระคาถาหมูตันหลวงพุทธคุณครอบคลุมทุกอย่าง  รวมถึง หมูตันหลวง คือความไม่อดไม่อยาก  อุดมสมบูรณ์ด้วยโชคลาภ
     พิธีการปลุกเสก  หลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต  ได้สั่งให้นำพาโตก  มารองด้วยใบบัว 5 ใบ  วางพระเครื่องโดยปราศจากสิ่งห่อหุ้ม   ดำเนินการปลุกเสกจนเสร็จสิ้น  จึงนำน้ำมะพร้าวอ่อนมาประพรมล้างเหรียญ (เป็นเคล็ดที่ใบลานได้บันทึกไว้)  แล้วหลวงพ่อเจริญ  จึงทำพิธีลงผลปัทมัง ซึ่งถือว่าเป็นการเรียกอาการ 32 เป็นเสร็จสิ้นสมบูรณ์

    "เหรีญหมูตันหลวง"  ถือว่าเป็นเหรียญรุ่นแรกที่หลวงพ่อเจริญ  นั่งทับปืน ทับดาบปลุกเสก  โดยนำ 2 พระคาถาใหญ่มารวมกัน  ถือว่าเป็นความโชคดี เป็นมงคลสูงสุดต่อผู้ที่ได้ครอบครอง

admin 2011-10-24 19:52
เหรียญหมูตันหลวงรุ่น2 ปี2551 (ข้อมูลจากท่านnopnap) (หมด)

       เนื่องจากเหรียญหมูตันหลวงรุ่น1 ได้หมดและไม่พอกับลูกศิษย์ลูกหาที่อยากได้ ทำให้หลวงพ่อท่านได้จัดสร้างรุ่นสองและปลุกเสกเมื่อวันออกพรรษาในปี 2551
  
ซึ่งรุ่นนี้ได้จัดสร้าง     เหรียญหัวชนวน (ผสมเงิน)         จำนวน     210 องค์
                            เหรียญทองแดงหน้ากากเงิน-ทอง รวม      2,000 องค์ เท่านั้น
โดยรุ่นนี้ได้ตอกโค๊ด ๗ จฐ ๔๘ ทุกเหรียญ  ซึ่ง ๗   หมายถึง เลขวันเกิดของหลวงพ่อเจริญ
                                                              จฐ  หมายถึง  ชื่อหลวงพ่อเจริญ ฐานยุตโต
                                                              ๔๘ หมายถึง  อายุของหลวงพ่อเจริญ

admin 2011-10-24 19:53
เหรียญรูปเหมือน(หลังสาริกา) หมดแล้ว

          รุ่นนี้ท่านลงพระคาถาสาลิกาไว้ถึง ๔ คู่  กับอีก ๑ ตัว  
เรื่องเล่า.....พูดเรื่องพระคาถาสาลิกาท่านเคยเล่าให้ผมฟังๆ แล้วสนุกดี ท่านบอกว่าเรียนมาตั้งแต่เป็นเณรเหมือนกัน พอดีมีวันหนึ่งท่านว่าอยากลองดูว่าจะเป็นไงก็เลยลองมนต์สาลิกาดู ปรากฎว่าแป๊บเดี๋ยวนกไม่รู้บินมาจากไหนมากันเต็มวัดไปหมด (ท่านยกมือยกแขนทำท่าประกอบว่ามาเยอะจริงๆ...เต็มวัดเลย)  ท่านเล่าว่าแม้แต่นกในป่าช้ายังมา...

          จำนวนสร้างทั้งหมด 8,000 เหรียญ แยกเป็น 
           1. เหรียญ 3 กษัตริย์  จำวนวน  500 เหรียญ   บูชาเหรียญละ  399 บาท
           2. เหรียญทองแดงกะไหร่เงิน   500 เหรียญ
           3. เหรียญทองแดงกะไหร่ทอง  500 เหรียญ
           4. เหรียญทองแดงรมดำ        3,250 เหรียญ
           5. เหรียญทองแดงธรรมดา    3,250 เหรียญ

admin 2011-10-24 19:53
เหรียญสายฟ้าสร้างวิหาร หมดแล้ว

         เหรียญรุ่นนี้ที่มีชื่อว่าสายฟ้าก็เพราะว่า  ลูกศิษย์ที่ทำงานอยู่สำนักงานการไฟฟ้าเขตอุดรธานี รวมกันจัดสร้าง ถวายหลวพ่อเจริญ  ในการที่จะให้ลูกศิษย์ทั่วไปได้ร่วมทำบุญหารายได้ในการที่จะสร้างวิหารฯ ซึ่งหากใครบูชาไปแล้วจะได้ทั้งของดี  และได้บุญกุศลร่วมกันสร้างวิหารฯด้วย  หลวงพ่อนำไปปลุกเสกหลายที่  และยังคงเก็บไว้ทำการปลุกเสกเดี่ยวเองที่วัดด้วย (ข้อมูลจากท่านน๊อบแน๊บ)
          ส่วนรายละเอียดการสร้างนั้นไม่ทราบข้อมูลครับว่ามีเนื้ออะไรบ้าง แต่ที่ทางผู้สร้างถวายวัดมีเนื้อ
          ทองแดง  จำนวนไม่ทราบ    บูชาเหรียญละ  199 บาท
          นวะ         จำนวนไม่ทราบ    บูชาเหรียญละ   299 บาท

admin 2011-10-24 19:54
เหรียญหลวงปู่บุษราคัมหลังออกศึก 

ขอจัดสร้างโดยนาบสฤษดิ์  ไสยโสภณ อดีตนายอำเภอหนองวัวซอ  เป็ยพระสร้างตามนิมิตหลวงพ่อ
    จำนวนจัดสร้าง
     1. เหรียญทองคำ 9 เหรียญ
      2. เหรียญอัลปาก้า ....
       3.เหรียญทองแดง ......

admin 2011-10-24 19:54
เหรียญเทวานิมิต14คาถา (หมด)

admin 2011-10-24 19:57
เหรียญทิพย์นิมิต 15 คาถาเทวดาถวาย สร้างปี 2552  แต่ออกจริงปี 2553

           จัดสร้างขึ้นหลังจากที่มีการสร้างเหรียญ เทวานิมิตร 14 คาถา แต่เนื่องจากเหรียญเทวานิมิตร สร้างจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อจำนวนลูกศิษย์ลูกหา หลวงพ่อจึงให้จัดสร้างเหรียญคาถาเทวดาบอกอีก และเพิ่มคาถาเข้ามาอีก 1 คาถา เป็น 15 คาถา

         ชุดกรรมการเนื้อเงิน นวะ ทองฝาบาตร์แท้ ทองแดง    สร้าง 147 ชุด   ราคาบูชา 3,999 บาท
         ชุดกรรมการนวะ กะไหร่เงิน กะไหร่ทอง เงินลงยา       สร้าง 393 ชุด   ราคาบูชา 2,499 บาท
         เหรียญ ๑๕ คาถา เหรียญเงิน จำนวน   ๑๔๗ เหรียญ        เฉพาะชุดกรรมการ
         เหรียญนวะ                           จำนวน   ๕๔๐ เหรียญ        เฉพาะชุดกรรมการ
         เนื้อทองเหลืองฝาบตร          จำนวน   ๑๔๐ เหรียญ        เฉพาะชุดกรรมการ
         เนื้อทองแดง                        จำนวน  ๕,๖๐๐ เหรียญ      ราคาบูชา 399 บาท
         เนื้อทองแดงชุบ ๓กษัตริย์     จำนวน    ๕๐๐ เหรียญ       ราคาบูชา 900 บาท
         เนื้อทองแดงลงยา                 จำนวน    ๕๐๐  เหรียญ      ราคาบูชา 599 บาท
         ทองแดงชุบกะหลั่ยเงินทอง   จำนวน  ๑,๐๐๐ เหรียญ      ราคาบูชา 499 บาท
         เหรียญทองแดงเล็ก              จำนวน  ๑๐,๐๐๐ เหรียญ     ราคาบูชา 100 บาท

admin 2011-10-24 19:58
ขุนแผนโลหะ รุ่น1 ปี2547

admin 2011-10-24 19:58
ขุนแผน โลหะ รุ่น2 ปี2553

       ทองแดง   จำนวนสร้าง  10,000 เหรียญ  บูชา   500 บาท  มีเหลือทีวัด
       3 กษัตริย์  จำนวนสร้าง .......                  บูชา 1,000 บาท มีเหลือที่วัด
       กะไหร่เงิน จำนวนสร้าง .......

admin 2011-10-24 19:58
เหรียญอุ้มนาง โลหะ ปี2553  

           จำนวนการสร้าง
            ทองแดง  สร้างจำนวน  10.000 เหรียญ     ราคาบูชา 500 บาท      มีเหลือที่วัด
            3 กษัตริย์ สร้างจำนวน    ........... เหรียญ   ราคาบูชา 1,000 บาท   มีเหลือที่วัด

admin 2011-10-24 19:59
เหรียญปรอทเพชร (หมด)

          พระปรอทเพชร เป็นพระเครื่องที่หลวงพ่อเจริญ ท่านตั้งใจจัดสร้างขึ้นตามตำราในใบลาน หลวงพ่อเจริญ ใช้เวลาในการจัดสร้างนานถึง 7 วัน จัดสร้างด้วยความลำบาก พระปรอทเพชร มีจำนวน๑๐๔ องค์ แบ่งเป็น 3 เนื้อ ได้แก่ (ข้อมูลจากท่านธวัชชัย ธรรมรังสี ผู้รวบรวมมวลสารรุ่นนี้ทั้งหมด)
เนื้อพระที่แก่ปรอท   พิเศษ ๓๒ องค์
เนื้อพระที่แก่เงิน ปรอทเงิน อีก ๑๑ องค์
เนื้อพระที่แก่ตะกั่ว  ๘๒ องค์
พระทุกเนื้อมีแม่พิมพ์เพียง 1 แม่พิมพ์เท่านั้น พระทุกองค์ ทุกเนื้อจะต้องมีพิมพ์เหมือนกัน โดยมีข้อสังเกตุ ดังนี้
1. หน้าองค์พระจะเป็นแป้นใหญ่นูนขึ้นชัดเจน
2. องค์พระจะล่ำสัน
3. วงแขนจะลึกเป็นร่อง ลักษณะแขนล่ำสัน
4. ช่วงขาทั้ง 2 ขา จะนูนขึ้นมีร่องอยู่ตรงกลาง
        สุดยอดวัตถุมงคลที่หลวงพ่อท่านสร้างเมตตา มหานิยม กันแก้คุณไสย์ หายตัว กำบังกาย แคล้วคลาด คุ้มครอง รักษาโรคร้ายภายในกาย นับเป็นเพชรน้ำเอกที่หลวงพ่อท่านเมตตาสร้างไว้ให้ ลูกศิษย์ได้มีของดีของวิเศษติดตัว  (ข้อมูลจากท่านนกอุดร)
        หากพบว่าพระปรอทเพชร มีลักษณะหดตัว พิมพ์เล็กกว่าปกติ ให้ระมัดระวังไว้ให้ดีนะครับ เพราะอาจจะเป็นวัดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของหลวงพ่อเจริญ วัดโนนสว่างจัดสร้างขึ้น ผู้ที่สนใจให้จดจำลักษณะพิมพ์ให้ดี เน้นองค์พระที่เป็นล่ำสัน มีซอกลึกในวงแขนขององค์พระเห็นชัดเจน ที่เห็นมาหลายองค์ แม้พระบางองค์จะถึกใช้จนสึก แต่ก็ปรากฏซอกลึกที่วงแขนชัดเจน พระเนื้อโลหะพิมพ์ขององค์พระไม่หดตัว ดังนั้นพิมพ์พระทุกองค์จะต้องเหมือนกันทุกองค์จะผิดเพี้ยนไม่ได้ (ข้อมูลจากท่านน๊อบแน๊บ)









admin 2011-10-24 20:00
พระร่วงหลังคาถา เป็นเนื้อทองเหลือง จัดสร้างในราวๆปี 2552 ลูกศิษย์สายอุดรสร้างถวาย จำนวนสร้าง 1,000 องค์ ให้บูชาที่วัด 500บาท เหลือน้อยแล้วตอนนี้

admin 2011-10-24 20:00
ฉลองรองเจ้าคณะอำเภอหนองวอซอ (หมด)

    สร้างถวายหลวงพ่อในงานฉลองการเลื่อนยศเป็นรองเจ้าคณะอำเภอหนองวอซอ จำนวนการจัดสร้าง 15,000 เหรียญ
    แยกเป็นเหรียญ 3 กษัตริย์ จำนวน  ........ เหรียญ   ให้บูชาเหรียญละ 399 บาท
                 เหรียญทองแดง   จำนวน  ........ เหรียญ   ให้บูชาเหรียญละ 199 บาท

admin 2011-10-24 20:00
2.รูปหล่อ  จำนวนการจัดสร้าง  1,350 องค์ รวมทั้ง 2 แบบ


รูปหล่อรุ่น1 ก้นอุ และก้น๘๖

admin 2011-10-24 20:00
รูปหล่อรุ่น2 ทองแดงชนวนรมดำ ตอกโค๊ต ร-ร

admin 2011-10-24 20:01
รูปหล่อรุ่น3 ก้นเรียบกะไหร่เงิน

admin 2011-10-24 20:01
รูปหล่อรุ่น4 ปี2543 มีประคำ

admin 2011-10-24 20:01
รูปหล่อรุ่น เสาร์5 มหาอุต

admin 2011-10-24 20:02
รูปหล่อรุ่นคายธรรม

admin 2011-10-24 20:02
3....กริ่ง-รูปหล่อพระบูชา



หลวงปู่โมคคัลลาสร้าง ปีพ.ศ.๒๕๔๖

           หลวงพ่อเจริญ ท่านนับถือหลวงปู่โมคคัลลามาก ท่านเมตตาสูง บนบานสารกล่าวท่านเมตตาเสมอ เมตตา มาหลาภ มหาอุด แคล้วคลาด คุ้มครองป้องกันภัย ประสบการมากมาย

admin 2011-10-24 20:03
กริ่งบุษราคัมรุ่นสร้างโบสถ์เนื้อสำฤทธิ์  บูชา 1,000 บาท ยังมีให้บูชา

admin 2011-10-24 20:03
พระอุปคุตรุ่น1 สร้าง 8 มี.ค.40 รุ่นฉลองศาลาพุทธาพิเศก

admin 2011-10-24 20:04
พระเจ้ายอดธงจันทรบุรี
       รุ่นนี้ทางวัดไม่ได้จัดสร้าง แต่หลวงพ่อรับนิมนต์ไปปลุกเสกที่ จ.จันทรบุรี ตอนปลุกเสกเกิดปาฏิหารย์เกิดขึ้น(ลองสอบถามดูกันเอาเองครับน่าจะพอหาข้อมูลได้) ทำให้รุ่นนี้เป็นที่ต้องการของผู้คนทางจันทรบุรีเป็นอันมากครับ

admin 2011-10-24 20:04
กริ่งใหญ่หลวงปู่บุษราคัม (บ.กลางฯ)

ประวัติการสร้างพระกริ่งบุษราคัม รุ่นบริษัทกลางฯ

       เริ่มเรื่อง  ในเย็นวันที่ 18 มิถุนายน 2548 หลังจากจบการอบรมตัวแทนคุณภาพกับงานสินไหมที่จังหวัดอุดรธานี ได้มีน้องๆมาชวนให้ไปวัดโนสว่าง ไปหาหลวงพ่อเจริญ ที่พอจำได้เห็นจะมี ผอ.ด๊อง ผอ.ประยูร หมอโน โก้  แอ๊ด  สุเทพ และน้องๆอีกสี่ห้าคน ในช่วงแรกฟังจากน้องๆพูดว่าโบสถ์ที่สร้างมีมูลค่าราวสี่สิบล้านบาท ผมก็เลยคิดในใจว่า ท่าทางหลวงพ่อท่านคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย (คงเน้นวัตถุ) เมื่อไปถึง  เป็นช่วงเวลากลางคืน เห็นจากสภาพที่พักที่ท่านทำงาน ก็ไม่มีแอร์ ไม่หรูหรา อย่างที่คิด แต่เป็นแบบง่ายๆธรรมดาๆ เราอยู่ที่วัดนานพอสมควร ในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีฝนตกลงมาค่อนข้างหนัก โก้เป็นคนที่เรียนถามหลวงพ่อ ว่าจะขอสร้างพระได้ไหม ไม่รู้เหตุใดท่านบอกว่าได้และว่าน่าจะสร้างพระกริ่ง ซึ่งก็ตรงกับความคิดของผอ.ประยูร พอดี  เรามาทราบทีหลังว่าที่จริงมีคนมาเคยขอสร้างพระกริ่งแต่ท่านไม่อนุญาตให้ใครสร้าง  เราคุยกันสักพัก และคิดว่าเราก็ทำงานร่วมกันมาก็เจ็ดปีแล้ว การสร้างพระเพื่อเป็นที่ระลึกก็น่าที่จะดี อีกทั้งยังเป็นการสืบสานต่อพระพุทธศาสนาอีกด้วย เมื่อเห็นพร้องต้องกันหลวงพ่อท่านก็เมตตาจารอักขระ ยันต์ลงบนแผ่นทองแดงให้     ท่านบอกว่า ให้ไปผสมกับโลหะเวลาหล่อพระของโรงงาน แต่เราก็มีแนวความคิดว่า ถ้าจะสร้างพระทั้งทีก็ต้องทำให้ดีเท่าที่จะมีกำลังทำได้  จึงมีแนวคิดที่จะหล่อแบบโบราณ ทั้งที่จริงตอนนั้นมีความรู้เรื่องหล่อพระน้อยมาก  แค่คาดเดาว่าวิธีการคือต้องมาเทหล่อที่วัด   พอกลับมาก็เริ่มทำการบ้าน โดยเริ่มจากการหาโรงหล่อก่อน โดยโก้ เป็นผู้ทำหน้าที่นี้ แรกๆก็ติดต่อโรงหล่อที่เคยสร้างพระให้วัดบวร เคาะราคากันเสร็จตกประมาณ แสนกว่านิดๆ ก็เป็นที่ตกลง ผมก็รับหน้าที่ไปเรียนเรื่องที่จะสร้างพระกับท่านกรรมการผู้จัดการ เพื่ออ้อนของบประมาณ ท่านอนุมัติ จึงขอกราบขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ เพราะถ้าไม่มีปัจจัยสร้าง ก็คงไม่สำเร็จ  
        ในทีแรกผมตั้งใจจะให้เช่าในราคาที่แพงกว่าในปัจจุบัน พอสมควร  เพราะตระหนักดีว่าต้นทุนการสร้างนั้นจะสูง แต่ท่านกรรมการผู้จัดการก็บอกว่าให้เช่าในราคาต่ำกว่าทุน ส่วนที่เหลือบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบ หลังจากนั้น พวกเราก็เริ่มออกแบบพระกริ่งต้นแบบ โดยทีแรกองค์พระ จะหล่อแบบพระกริ่งท่านอาจารย์ฝั้น ส่วนฐานพระ หลวงพ่อเจริญท่านบอกว่าให้เป็นฐานแบบบัวหงาย เราจึงเอาฐานพระของ อีกองค์มาตัดต่อ จำไม่ได้ว่านำแบบมาจากองค์ใด  และมียันต์ของหลวงพ่อเจริญอยู่ด้านหลังตรงฐานบัว พอออกแบบแล้วเสร็จ (ใช้วิธีการตัดต่อทางเทคนิคขั้นสูงคือใช้คัดเตอร์และกาวโดยฝีมือ ผอ.ด๊อง ) แล้วก็ให้โก้ไปคุยในรายละเอียดกับโรงหล่อ
        ปัญหาแรก ผมจำได้ว่า ผอ.ด๊อง เป็นคนโทรมาหา บอกว่าพี่ๆขึ้นมาด่วน มีปัญหาเล็กน้อยให้ตัดสินใจ ชวน ผอ.ประยูร มาด้วย พอขึ้นไป ผมถามว่ามีอะไรหรือ โก้แจ้งว่าราคาที่บอกว่าแสนกว่านั้น ช่างบอกว่าเป็นวิธีการหล่อแบบเหวี่ยง ไม่ใช่เป็นการเทหล่อ ถ้าเทหล่อราคาจะขึ้นไปสองแสนกว่าๆ  งานนี้โก้รับไปเต็มๆ   ในฐานะที่คุยกับโรงหล่ออย่างไรไม่รู้เรื่อง ผมเองก็ตกใจเพราะแจ้งเรื่องงบประมาณไปแล้ว และแล้ว ผม คุณประยูร และโก้ ก็ต้องจรรีออกจากบริษัทไปหาโรงหล่อในวันนั้น เรามุ่งตรงไปยังแถวๆวัดสุทัศน์ ซึ่งมีร้านให้เช่าพระเป็นจำนวนมาก ไปไหนไม่ถูกเลยเข้าไปในวัดไปถามหลวงพ่อในวัดว่าท่านครับแถวนี้มีโรงหล่อพระบ้างไหม ท่านแนะนำไปที่ร้านเจริญชัยการช่าง เมื่อไปถึงร้าน  พอสอบถามราคาก็ตกราวสองแสนกว่าบาทเช่นกัน ผมหน้ามืดเพราะคิดว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี มันเกินงบประมาณไปมาก  จึงพูดกับเจ้าของร้านว่า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมจะไม่ต่อรองเลยซักคำ ผมขอราคาขาดตัว ถ้าทำไหวก็จะทำ ทำไม่ไหวก็คงไม่ทำ เจ้าของร้านถามว่าจะให้ทำกี่องค์ ผมบอกว่าพระกริ่งองค์เล็กจำนวน 999 องค์ พระกริ่งองค์ใหญ่ 19 องค์ เจ้าของร้านคิดราคาอยู่สักพัก ก็บอกว่า แสนต้นๆ พอทราบผมดีใจมาก เพราะอยู่ในงบประมาณที่คาดการณ์ไว้(ตอนนั้น) แต่เอาเข้าจริงๆเราสร้างพระกริ่งองค์เล็กประมาณ 2833 องค์ (เดิมสร้าง 1999 องค์ สร้างเพิ่มจากชนวนเดิม 834 องค์   พระกริ่งองค์ใหญ่ 35 องค์ (เดิมสร้าง 29 องค์ สร้างเพิ่มจากชนวนเดิม 6 องค์ )  พระกริ่งเงินอีก 110 องค์ ( เดิมสร้าง 100 องค์ โรงงานทำมาเพิ่ม 10 องค์ ) ในส่วนพระกริ่งเงินซึ่งจะอธิบายที่มาต่อไป
        การจองพระกริ่ง คุณประยูรและเจ้าหน้าที่  IT  ทำโปรแกรมการจองผ่านระบบ Intranet  ผมขอขอบคุณที่มีส่วนร่วมในงานบุญครั้งนี้ ในการจองนั้น ในความตั้งใจครั้งแรก ผมต้องการเปิดให้เช่าพระกริ่งองค์เล็ก เพียงคนละหนึ่งองค์  ส่วนพระกริ่งองค์เก้านิ้วก็ต้องการสร้างเพียงหนึ่งองค์เป็นของบริษัทเท่านั้น ต่อมามีผู้เข้ามาพูดคุยหลายคน แจ้งว่าต้องการเอาไปให้ผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง ให้ลูกเมียบ้าง ผมอดรนทดไม่ไหวจึงต้องยอมเปิดให้เช่าตามแต่ศรัทรา โดยพระกริ่งองค์เล็ก เราน้อมถวายวัดจำนวน 600 องค์ พระกริ่งเงิน  40 องค์ พระกริ่งใหญ่องค์เก้านิ้ว ถวายวัด 3 องค์ ซึ่งมีทั้งเนื้อปิดทองคำ เนื้อมันปู และเนื้อทองเหลืองเดิม(ไม่พ่นสี ) เพื่อเป็นพุทธบูชา สำหรับพระกริ่งองค์เล็กนั้น ให้ทางวัดเปิดให้ประชาชนเช่าในราคาองค์ละ 500 บาท ส่วนองค์ใหญ่เราเปิดให้จองราคาเท่ากับพนักงานคือองค์ละ 4500 บาท (ต้นทุน 4000 บาท อีก 500 บาท ถวายวัดเพื่อสร้างโบสถ์ที่ยังไม่แล้วเสร็จ)  ดังนั้นการจองจึงเป็นไปอย่างอิสระ ตามความศรัทธาและความต้องการของแต่ละบุคคล โดยเปิดให้จองที่วัดด้วยเช่นกัน จำนวนที่สร้างจึงเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ เมื่อมาถึงตรงนี้เราจะเห็นว่าพระที่เราร่วมกันสร้างนั้น  วัดก็จะมีเงินสร้างโบสถ์ต่อไป สิ่งนี้ถือเป็นเนื้อนาบุญที่เราได้ร่วมกันทำในชาตินี้
แนวคิดของ ผอ.ประยูรในการรวมดินทั้ง 76 จังหวัด เพื่อนำมาเป็นส่วนประกอบในการหล่อพระกริ่งนั้นเป็นแนวคิดที่ดีที่จะรวมใจของพนักงานทั้งหมดในบริษัท เพื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ต้องขอขอบคุณพวกเราทุกคนที่นำดินบ้าง น้ำมนต์บ้าง แผ่นจารอักขระบ้าง นำมาให้คณะทำงาน แต่ต้องขอโทษน้องๆไว้ ณ ที่นี้ด้วยว่าดินที่นำมานั้นช่างหล่อบอกว่าเขามีสูตรเฉพาะของเขา(ดินที่นำไปทำเบ้าพระ) เราไม่สามารถนำดินที่ได้มาไปรวมได้ ครั้นจะนำไปใส่ในองค์พระ หลวงพ่อท่านบอกว่าใส่ไม่ได้ ถ้าจะใส่ต้องเป็นของสูง เช่น อิฐ ตามเจดีย์เก่า กระเบื้องหลังคาโบสถ์เก่า เป็นต้น จึงทำให้คณะทำงานมือใหม่มองตากันปริบๆ ดินที่ได้มานั้นจึงนำไปไว้ที่วัดโนนสว่าง  แผ่นจารอักขระนั้นใช้ได้ ได้นำไปหลอมรวมเป็นองค์พระ    แม้นว่าคณะทำงานมือใหม่จะไม่สามารถทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ทั้งหมดได้ แต่สิ่งที่พนักงานร่วมกันนั้น ก็ถือเป็นแรงศรัทธาและรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์ แล้ว
        การเปลี่ยน พระพักตร์พระกริ่ง ตามที่เขียนไว้ว่าเรานำต้นแบบการสร้างพระกริ่งมาจาก พระกริ่งของท่านอาจารย์ฝั้น การเปลี่ยนแบบพระพักตร์นั้น เป็นเรื่องแปลกเรื่องหนึ่ง คือในหนังสือที่ทางวัดโนนสว่างให้มา ได้กล่าวถึงประวัติของหลวงพ่อบุษราคัม ในตอนหนึ่งผมจำได้ว่าเกี่ยวข้องกับดอยบุษราคัม และชื่อหลวงพ่อที่นั่นรูปหนึ่ง  เวลาผมนอนก็มักจะคิดเรื่องสร้างพระกริ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ คิดไปคิดมา มาฉุดคิดได้ว่า ครั้งหนึ่งเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว ผมเคยไปดอยบุษราคัม ซึ่งจำได้ว่าอยู่ที่จังหวัดพะเยา คับคล้ายคับครากับที่เคยอ่านในหนังสือของวัดโนนสว่าง วันรุ่งขึ้นจึงไปขอหนังสือของวัดโนนสว่างซึ่งอยู่ที่คุณประยูร พอมาเปิดดูก็เป็นดอยบุษราคัมที่จังหวัดพะเยาจริงๆ ผมดีใจ รีบโทรไปหาผู้จัดการสาขาพะเยา ถามถึงดอยบุษราคัม และอยากให้เงาะ (ผู้จัดการพะเยา) ไปนำน้ำมนต์ของทางวัดมาให้ และขอให้ถ่ายรูปพระมาให้ด้วย เพราะอยากจะสร้างให้เหมือนพระที่ดอยบุษราคัม ผู้จัดการบอกว่าพี่รอหน่อยได้ไหม ผมบอกว่า รอได้ มีอะไรหรือ ผู้จัดการบอกว่าอีกไม่กี่วันหลวงพ่อไพบูลย์เจ้าอาวาสวัด อนาลโยทิพยาราม (ดอยบุษราคัม) จะมีงานฉลองอายุครบ 71 ปี ของหลวงพ่อไพบูลย์   (หลวงพ่อไพบูลย์เป็นพระที่อยู่ในประวัติที่มาของหลวงพ่อบุษราคัมที่วัดโนนสว่าง)  ผมจึงมีความต้องการที่จะขึ้นไปที่วัดในวันงานดังกล่าวซึ่งห่างจากวันที่โทรเพียงสองสามวัน ผมได้เอาเรื่องนี้ไปคุยกับคุณประยูร พอดีมีทีมวิทยุ คือคุณสุเทพและคุณปกรณ์ จะขึ้นไปที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดพะเยา พอดี ผมจึงขอร่วมเดินทางไปด้วย โดยไปพร้อมกับคุณประยูร ในขณะที่เดินทางประมาณเกือบห้าทุ่มรถก็เกิดอุบัติเหตุ โชว์เฟอร์ฝีมือดี โดยคุณสุเทพเป็นคนขับ (หลังจากงานนี้ไม่มีใครอยากให้ขับแต่เจ้าตัวอยากขับ) คุณสุเทพต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของรถโตโยต้าวีโก้ กับรถพ่วงสิบล้อ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เป็นเวลาประมาณห้าทุ่ม  ช่วงลงเขา และฝนก็ตกพรำๆ  ปรากฏว่ารถโตโยต้าเบรกไม่อยู่ไถลไปชนท้ายรถพ่วงสิบล้อ กันชนท้ายรถพ่วงยุบเล็กน้อย ส่วนรถกระบะโตโยต้าไปไหนไม่รอด จอดรอรถยก เป็นเหตุให้ภาคธานินท์ และผู้จัดการสาขาลำปาง ต้องรุดถึงที่เกิดเหตุบริเวณทางลงเขา ก่อนถึงอำเภอสบปราบ แต่เหตุการณ์ต่างๆก็ผ่านไปด้วยดี เราอาศัยรถภาค ไปถึงจังหวัดพะเยาทันเวลาในงานพิธี ได้ร่วมในพิธี  ได้ใส่บาตร ได้ถ่ายรูปพระพุทธรูปทองคำที่ดอยบุษราคัม ได้ขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสนำรูปพระพุทธรูปทองคำ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปลักษณะแบบเชียงแสน หรือที่เรียกว่าแบบสิงห์หนึ่ง มาเป็นต้นแบบหล่อพระกริ่งบุษราคัม นี่จึงเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนพระพักตร์ของพระกริ่งบุษราคัม  ส่วนองค์พระเป็นแบบพระกริ่งของท่านอาจารย์ฝั้น ที่แปลกไปกว่านั้นคือได้พบกับหลวงพ่อเจริญที่ดอยบุษราคัม  ซึ่งท่านได้ไปร่วมงานและนั่งปรกสร้างพระในพิธีสืบชะตาของหลวงพ่อไพบูลย์ด้วย
         ผมค้างเรื่องการสร้างพระกริ่งเงินเอาไว้ ขอเล่าต่อว่าอันที่จริงเราไม่ได้มีเจตนาในการสร้างพระกริ่งเงิน และก็ไม่ได้เปิดให้ใครเช่าไม่ว่าจะเป็นพนักงานที่บริษัทหรือที่วัด (แต่ที่วัดคนต้องการพระกริ่งเงินเป็นจำนวนมาก) เรื่องของเรื่องคือหลวงพ่อเจริญ ท่านต้องการให้สร้างพระกริ่งเงินเอาไว้เป็นที่ระลึก โดยยอมออกเงินค่าสร้างเองจำนวน 30 องค์ ผมได้ไปเรียนเรื่องนี้ให้ท่านกรรมการผู้จัดการทราบ ท่านจึงบอกว่าสร้างทำไม 30 องค์ สร้างไป 100 องค์เลย เราเลยน้อมถวายพระกริ่งเงินให้หลวงพ่อโดยไม่ได้เก็บเงินจากท่าน ครั้นพอสร้างเข้าจริงๆ โรงหล่อก็ทำพระมาเผื่อ 10 องค์ ผมเลยเสียดายไม่คืนโรงงานแต่รับไว้ทั้งหมด โดยส่วนที่เกินนี้เราก็ได้ถวายให้หลวงพ่อเจริญ  พระกริ่งเงินนั้นทุกองค์มีโค๊ต กำกับ  
        18 ก.ย. 48 วันเททองหล่อพระกริ่งบุษราคัม ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เป็นวันที่ชาวคณะสร้างพระรอคอย เรามีทีมงานทั้งที่เป็นคณะกรรมการและเป็นผู้มีความศรัทธามาช่วยแบกหาม ยกของ (กลุ่มผู้บริหาร…ร่างกาย) อันประกอบด้วย คุณสุเทพ คุณวรมิตร คุณปกรณ์ ที่มาช่วยเสริมแรงอีกสามคนนอกเหนือจากคณะทำงาน ส่วนคุณนา รับบทเป็นสมุห์  ตามมาทีหลัง และต้องขอขอบคุณทีมงานทางวัดอย่างสูง (ทั้งพระทั้งฆราวาส) เพราะถ้าไม่มีคงทำไม่ได้ ต้องขอบคุณพี่(ไม่ทราบชื่อ) เอารถแทรกเตอร์มาเกลี่ยปรับพื้นดินบริเวณพิธีให้ด้วย  แต่ก่อนที่จะพูดถึงวันเททองจะขอเล่าเรื่องก่อนวันงานสักคืนสองคืน  คือเรามีทีมงานซึ่งประกอบด้วย ผอ.ประยูร โก้ ปกรณ์  และยักษ์ขึ้นมานอนที่วัดเพื่อเตรียมความพร้อม คืนหนึ่งหลวงพ่อให้นำคนที่มารักษาผีฟ้าไปนอนด้วย เป็นคุณยาย อายุราวๆ 50-60 ปี  คุณยายได้ไปนอนที่ศาลาโดยนอนห่างจากทีมงานประมาณ 15 เมตร พอตกดึกประมาณตีสอง คุณยายเธอมาสะกิดเจ้ายักษ์ ซึ่งจับจองพื้นที่การนอนก่อนใคร แต่นอนเป็นคนนอกสุด (แต่ใกล้คุณยายมากที่สุด) เธอบอกเจ้ายักษ์ว่า ช่วยเปิดประตูให้หน่อย ยายจะไปฉี่ (พูดเป็นภาษาอีสานฟังกันไม่ค่อยรู้เรื่อง) หลังจากนั้นยายก็ปลุกเจ้ายักษ์อีกประมาณตีสี่ โดยคุณยายเอามือมาสะกิด พอยักษ์หันหน้าไปมอง เห็นภาพคุณยายอยู่ในท่าที่นอนคว่ำ เอามือมาค้ำคางทั้งสองข้าง (ถ้าเป็นสาวๆคงน่ารักน่าดู) ส่วนดวงตามองจ้องมาที่เจ้ายักษ์ บอกว่าช่วยนวดที ยักษ์ซึ่งไม่ค่อยจะหลับอยู่แล้วตกใจกลัวผีฟ้ากินตับ เอามือไปสะกิดเจ้าโก้ โก้แทนที่จะมาช่วยเป็นเพื่อน กลับกลัวสุดๆ หันหลังให้เจ้ายักษ์ แล้วเอาผ้าคุมโปง ปล่อยให้ยักษ์ต้องนอนเกร็งหลับตาอยู่กับความกลัวจนรุ่งสาง   ส่วนงานในวันเททองก็ผ่านไปด้วยดีมีฝนตกลงมาไม่ขาดสายแต่ไม่หนัก   หลวงพ่อท่านเมตตาให้มวลสารมาเพิ่ม เช่น เหล็กไหล (แบบที่งอกจากถ้ำ) เกล็ดทองคำ ปรอทดำ ส่วนที่เราเตรียมมาประกอบด้วย เงิน ทอง เหล็กน้ำพี้  สังกะสี ตะกั่ว ปรอท เจ้าน้ำเงิน(พลวง) ทองแดง ดีบุก  มาผสมกับของช่าง ในเนื้อนวะโลหะ ซึ่งจะมี เงิน ดีบุก ทองเหลือง ทองแดง  ส่วนพระกริ่งองค์ใหญ่ซึ่งเป็นเนื้อทองเหลืองเราก็แบ่งมวลสารใส่ครบเช่นกัน รวมทั้งแผ่นจารอักขระที่หลวงพ่อท่านจารให้ ในการได้มาซึ่งมวลสารนั้นถึงแม้นว่าจะไม่มากมายแต่ก็ครบตามที่เราต้องการ  ต้องขอขอบคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อเจริญ  และผู้มีส่วนร่วมในการหามวลสาร อาทิ คุณประสิทธิ์ (ผจก.กำแพง) คุณนารีรัตน์ (ผจก.อุตรดิตถ์) รวมทั้ง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่  ที่ผอ.ด๊องและ ผอ.พงศ์กฤษณ์ ไปขอแร่มาให้  พิธีการเททองเข้มขลังอย่างไร ผู้เข้าร่วมพิธีในงานวันเททอง ซึ่งมีทั้งพนักงานจากส่วนกลาง ผู้บริหาร และน้องๆภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มาร่วมงาน ย่อมเห็นและสัมผัสได้ด้วยตัวเอง การเททองหล่อที่ใช้เวลาเกินกำหนดคือ การเททองหล่อพระกริ่งเนื้อนวะโลหะ ซึ่งจริงๆต้องแล้วเสร็จช่วงที่ถัดจากการกล่อพระกริ่งองค์ใหญ่เก้านิ้ว ประมาณบ่ายโมงกว่าๆ  แต่กว่าจะเสร็จตกราว 6 โมงเย็น (เผาไฟตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 6 โมงเย็น)  จนช่างต้องตั้งเตาเผาใหม่  พระต้องสวดนานขึ้นมาก หลวงพ่อเจริญท่านต้องเข้าไปไหว้หลวงพ่อบุษราคัมในโบสถ์อีกครั้ง (ช่วงที่หล่อพระไม่ได้เพราะโลหะไม่ยอมหลอมละลาย) หลังจากหล่อเสร็จมีอยู่เบ้าหนึ่งที่โลหะข้างในยังเผาไม่หลอมละลาย ช่างบอกว่าไม่น่าเป็นไปได้ อะไรอยู่ข้างใน ไฟแรงขนาดเตาหลอมแดงเป็นไฟ แต่ของที่อยู่ข้างในยังไม่ไหม้ น่านำมาทุบใส่คล้องคอได้เลย หลังจากเทหล่อเสร็จฝนก็ตกลงมาหนักขึ้น (ที่จริงวันนั้นมีพายุเข้า) ทีมงานเอาช่อพระกริ่งที่พึ่งทุบเสร็จไปให้หลวงพ่อท่านดู ท่านกำช่อพระกริ่งสองช่อในมือ แล้วด้วยเหตุใดไม่ทราบช่อพระกริ่งก็ไปติดกับถังเครื่องสังฆทาน ดึงไม่ขึ้น ในข้อนี้ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น เรานำช่อพระกริ่งไปคืนช่างเพื่อนำกลับไปแต่งให้เรียบร้อย แล้วทีมงานก็พักเหนื่อยโดยทานข้าวที่วัด เสร็จแล้วผม ผอ.ประยูร และ ผอ.ด๊อง ก็ไปประชุมต่อที่อุดรตอนสองทุ่ม ถึง สี่ทุมกว่าๆ  เท่าที่จำได้ในการประชุมคืนนั้นคือง่วงมากๆ  
                ทีมงานและพนักงานได้มีโอกาสเห็นพระกริ่งบุษราคัมเป็นครั้งแรกส่วนใหญ่มีความพอใจ บอกว่าพระสวยมาก จะบ่นก็มีแต่เรื่องขนาด ที่สาวๆอยากให้เล็กกว่านี้ บ่นอุบอิบว่าใหญ่จัง แต่สำหรับคณะทำงานโดยเฉพาะคนชอบพระบอกว่า ขนาดกำลังเหมาะ เพราะต้องสามารถมองเห็นยันต์ด้านหลังองค์พระได้ และพระกริ่งส่วนใหญ่ องค์ไม่เล็ก  ลึกๆเราก็รู้สึกดีใจที่คนส่วนใหญ่ชอบ คณะทำงานก็ชอบ ทำให้คิดถึงคำสอนของ       ในหลวง เรื่องปิดทองหลังพระ (รู้สึกดีจริงๆ) พระกริ่งที่เราร่วมกันสร้างนั้นไม่มีเสียง (ส่วนใหญ่ที่มีเสียงเพราะมีโลหะด้านใน) ที่ไม่มีเสียงเพราะเราใช้วิธีฝังมวลสารที่หลวงพ่อเจริญท่านจะนำมาใส่ให้ใต้ฐานองค์พระ แล้วตีโลหะปิดทับอีกที  และเพื่อเป็นการป้องกันการปลอมในอนาคต ในฐานะคนชอบพระ เราจึงทำชื่อหลวงพ่อ ซึ่งเราเห็นฟ้องต้องกันว่าชื่อของท่านเป็นมงคล เลยทำชื่อ “เจริญ” ตอกใต้องค์พระกริ่งองค์เล็กทุกองค์  และขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า มวลสารที่อยู่ใต้ฐานพระประกอบด้วย ผงคายธรรม เหล็กไหล(แบบงอกได้) ชาญหมาก อิฐพระธาตุพนม และบางองค์ก็มีปรอท ด้วย (ปรอท อยู่ในจานผงคายธรรมไม่รู้ว่ามาได้อย่างไร)
    ก่อนวันพิธีพุทธาภิเษก  คณะทำงานขึ้นไปเตรียมงานตามปกติ  ได้นำพระกริ่งองค์เล็กที่หล่อเพิ่มและชนวนที่เหลือจากการหล่อ ไปถวายหลวงพ่อ และ เรามีโอกาสได้นอนในศาลาที่จะจัดงาน มีหน้าที่หลักนอกจากจะทำหน้าที่บรรจุมวลสารในองค์พระแล้วยังมีหน้าที่เย็บห่อใส่พระกริ่ง รวมทั้งหน้าที่หลักคือการเฝ้าพระที่จะเข้าพิธี (กันพระที่จะเข้าพิธีหายก่อนเวลาอันควร) ซึ่งก็รวมถึงพระกริ่งของเราด้วย นอกจากนั้นยังมีพระผงรุ่นสู้ไม่ถอย และพระกริ่งองค์เล็กที่ลูกศิษย์ของท่านนำมาร่วมพิธีด้วย เฝ้ากันทั้งวันทั้งคืน และได้เห็นศรัทธาของชาวบ้านโนนสว่างและชาวบ้านที่อื่น มาช่วยกันทำงาน บ้างก็ทำบายศรี บ้างก็จัดเตรียมดอกไม้ เพื่อบูชาในงานพิธี แต่ละคนที่มาช่วยงานล้วนมากันด้วยจิตใจที่งดงาม ใช้เงินของตนเองในการซื้อของมาจัดทำ ลงแรง และก็พอใจเพียงได้ร่วมทำบุญโดยไม่ได้หวังสิ่งใด นี่เป็นอีกหนึ่งความรู้สึกที่ดีๆในงานบุญครั้งนี้  
    18 ตุลาคม 2548 พิธีพุทธาภิเษก  พระกริ่งบุษราคัม  ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาพอดี  ในช่วงเช้าจึงมีชาวบ้านมากมายมาทำบุญที่วัด ต่อด้วยการแข่งขันตีกลองกริ่ง ซึ่งเป็นกลองโบราณ หลวงพ่อเจริญท่านคิดริเริ่ม ส่งเสริม การแข่งขันการตีกลองกริ่งขึ้นมาเพื่อสืบสานวัฒนธรรม มีการแข่งตีกลองกันอย่างสนุกสนาม กลองกริ่งนี้ก็แปลกคือพอตีแล้วเสียงดังคล้ายๆกริ่ง แถมยังมีรูให้เติมน้ำใส่ไปในกลองเพื่อปรับเสียงกลองให้กังวานใสได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีการแข่งสรภัญญะ ซึ่งเป็นบทกลอนที่สรรเสริญพระพุทธเจ้า หรือเกี่ยวกับการเล่าพุทธประวัติ หรือ เป็นกลอนลา กลอนคติ ซึ่งมีการแข่งขันทั้งระดับประชาชนทั่วไป และรุ่นเยาวชน มีการแข่งขันกันหลายคณะ กว่าจะตัดสินได้ก็เกือบทุ่ม เรื่องนี้ผมรูสึกประทับใจมาก เพราะเห็นว่าเป็นการส่งเสริมพุทธศาสนา อีกทั้งมีการแข่งขันทั้งรุ่นเล็ก และรุ่นใหญ่ เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมอันดี และให้ทุกคนมีส่วนร่วม ที่จริงน่าจะมีการแข่งขันในระดับประเทศก็จะดี
    งานพิธีช่วงพุทธาภิเษกจริงๆเริ่มประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อหลวงพ่อเจริญ จุดเทียนชัย  และผู้บริหารจุดเทียน นำโดยท่านกรรมการผู้จัดการ (คุณสมพร) เทียนที่จุดนั้นมีหลายชื่อ อาทิ เทียนมหาเศรษฐี เทียนมหาทรัพย์ เทียนมหาธนทรัพย์ เทียนมหาโภคทรัพย์ เทียนมหาอุต  เทียนมหาอุดม เทียนมหาลาภ เทียนมหาโชค เทียนมหามงคล เทียนมงคล  หลังจากนั้นพิธีกรรมก็ดำเนินอย่างเข้มขลัง ทั้งการอัญเชิญครูบาอาจารย์ และการสวดมนต์ เช่น อิติปิโส 108 จบ สลับกันไปมา ระหว่างพระกับฆราวาส  ในช่วงของการสวดโดยเฉพาะการอัญเชิญครู(ปลุก) จะมีประชาชนที่ฝึกฝนการสวดและปฏิบัติได้ระดับหนึ่ง เรียกว่า ครูธรรม (จะสวดเป็นภาษาธรรม เวลาอัญเชิญครู เป็นภาษาที่เราฟังไม่รู้เรื่อง) เรื่องนี้อธิบายยากต้องเห็นเอง บางคนถ้าถูกของก็จะโวยวาย ร้องห่มร้องไห้ ทำให้ชาวเมืองหลวงอย่างเราๆแปลกใจกันใหญ่ (สามารถดูภาพจากวีดีโอได้) พิธีการไปจบเอาตอนรุ่งสาง เมื่อหลวงพ่อท่านดับเทียนชัย  หลังจากงาน ผมได้ขออนุญาตนายเอาเทียนชัยที่หลวงพ่อจุดในพิธีมาตัดครึ่งหนึ่งเพื่อแบ่งให้ชาวบ้าน ที่ต้องการนำไปบูชา นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกจริงๆมีคนมาขอไปจนหมด รวมทั้งของเกือบทุกอย่างในพิธี ชาวบ้านพากันเก็บไปไว้บูชา แสดงให้เห็นถึงบุญบารมีของหลวงพ่อเป็นอย่างดี  การร่วมงานในครั้งนี้จึงเป็นอีกความทรงจำที่ดีในชีวิต และสิ่งที่พวกเราชาวอาร์วีพี ได้ทำร่วมกันก็เป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว  ในปัจจุบันพระกริ่งบุษราคัมที่เราร่วมกันสร้างยังคงอยู่ และยังคงอยู่ถึงแม้นว่าเราจะตายจากไป วันนี้เราเห็นพระไม่เป็นเพียงวัตถุมงคลเท่านั้น แต่เห็นถึงเบื้องหลังความร่วมแรงร่วมใจ ความเสียสละ ความศรัทธา  และเห็นบุญที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ เช่นเดียวกับที่เรารู้ว่ามีลม แม้ว่าเราจะไม่เห็นก็ตาม
    บทส่งท้าย ผมอ่านหนังสือของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี เป็นคู่มือทำวัตร สวดมนต์แปล  มีอยู่บทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “กัมมัสสะโกมหิ กัมมะทายาโท กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระโณ(ณา)” แปลว่า เรามีกรรมเป็นของๆตน  มีกรรมเป็นผู้ให้ผล   มีกรรมเป็นแดนเกิด  มีกรรมเป็นผู้ติดตาม  มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย  “ยัง กัมมัง กะริสสามิ, กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา, ตัสสะ ทายาโท(ทา) ภะวิสสามิ” แปลว่า เราทำกรรมอันใดไว้  เป็นบุญหรือเป็นบาป  เราจะเป็นทายาท  คือว่าเราจะต้องได้รับผลของกรรมนั้นๆสืบไป  ดังนั้น กรรมดี ที่พวกเราได้สร้างร่วมกันในครั้งนี้ ก็จะเป็นเนื้อนาบุญติดตามตัวเราตลอดไป
ท้ายที่สุด คณะทำงานขอน้อม กาย วาจา ใจ ระลึก ถึง คุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์        และกราบขอบคุณพระเดชพระคุณพระครูเจริญ ท่านเจ้าอาวาส  วัดโนนสว่าง ตำบลหมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี เป็นอย่างสูงยิ่ง ที่ได้ให้ความเมตตา ให้พวกเราได้มีโอกาสร่วมกันสร้างพระกริ่งบุษราคัมในครั้งนี้ ขอขอบคุณ  พระสงฆ์และฆราวาส  แห่งวัดโนนสว่าง  ขอบคุณพวกเราทุกๆคนและขอขอบคุณบริษัทกลางฯ ที่สนับสนุนในงานบุญครั้งนี้  
ขอบุญบารมีของพระศรีรัตนศักยมุนี (หลวงพ่อบุษราคัม)  จงดลบันดาลให้ทุกๆท่าน ที่มีส่วนร่วมในมหากุศลในครั้งนี้ จงมีความสุข ความเจริญ  ปราศจากทุกข์ภัย ตลอดไปเทอญ

                            ลูกศิษย์ สายบริษัทกลางฯ
                                นายกรวิชญ์  สกุลตัง
                       หัวหน้าคณะจัดสร้างพระกริ่งบุษราคัม

admin 2011-10-24 20:05
กริ่งบุษราคัมสร้างโบสถ์
          นับว่าเป็นกริ่งบุษราคัมรุ่นแรกๆ ครับจัดสร้างจำนวนไม่มากนัก วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้ทั้งหมดไปจัดสร้างโบสถ์

           3 กษัตริย์ บูชาที่วัด 1,000 บาท  ยังมีให้บูชา

admin 2011-10-24 20:05
กริ่งเจริญทรัพย์
     บูชา  500 บาท ยังมีให้บูชาที่วัด

admin 2011-10-24 20:06
กริ่งฟ้าหยาด
      
           พระเจ้าฟ้าหยาด(พระอรหันต์ฟ้าหยาด ) ธรรมฟ้าหยาด สร้างเมื่อ ๗ มิ.ย.๒๕๔๘  พร้อมหลวงปู่องค์ดำรุ่น๒ จำนวนสร้าง ๑,๒๐๐องค์(เนื้อสัมฤทธิ์) ชนวนหลวงปู่บุษราคัมในโบสถ์ครับ

admin 2011-10-24 20:06
พระเจ้าฝนแสนห่า

admin 2011-10-24 20:07
พระกริ่งหลวงปู่องค์ดำ
            รุ่น 1

             รุ่น 2 สร้างเมื่อ ๗ มิ.ย.๒๕๔๘ หลวงปู่องค์ดำรุ่น๒ จำนวนสร้าง ๑,๒๐๐องค์(เนื้อสัมฤทธิ์) ชนวนหลวงปู่บุษราคัมในโบสถ์ครับ


admin 2011-10-24 20:07
หลวงปู่สี่กัญญา สร้างปี ๒๕๔๒

admin 2011-10-24 20:08
พระอุปคุตปราบมารรุ่น2 (ข้อมูลการจัดสร้างจากท่านตะกรุดโทน)

จำนวนการสร้าง ชุดกรรมการ ประกอบด้วยเนื้อ เงิน ทองเหลือง ทองแดง จำนวนการสร้าง 200ชุด(ตะกรุดที่ฝังใต้ฐานพระหลวงพ่อจารเองทุกดอก)
เนื้อย่อยมีดังนี้
1. องค์เนื้อทองเหลือง จำนวน สร้าง 1500 องค์
2. องค์เนื้อทองแดง     จำนวน สร้าง 1500 องค์
3. พระช่อทองเหลือง  
4. พระช่อทองแดง

มวลสารบรรจุในพระอุปคุตปราบมาร มีดังนี้
1. คำหมาก หลวงพ่อเจริญฯ
2. ผงพระธาตุ 108
3. ผงพระคำภี
4. ผงเพชรหน้าทั่ง
5. ว่านพรงกระจายใหญ่ / ว่านเสน่ห์
6. ผงคายธรรม
7. พระโบราณ จากห้องพระธรรมหลวงพ่อเจริญฯ
ใต้ฐานยังได้บรรจุตะกรุดไว้อีกด้วย โดยเนื้อเงินเป็นตะกรุดที่หลวงพ่อท่านเขียนให้
ตะกรุดที่ฝังใต้ฐานนั้นมีตั้งนี้
1. ตะกรุด 3 วา ออก 3 ศอกแตก
2. ตะกรุด พระคาถา ไหลเป็นน้ำ
3. ตะกรุด พระคาถา หัวใจพระอุปคุต
4. ตะกรุด มหาอุด
5. ตะกรุด หลาวสวนตุด
ส่วนว่าอยู่องค์ไหนนี้แล้วแต่วาสนากันละเพราะตอนเข้าปลุกเสกนั้นเทรวมกันหมด
        อุปคุตปราบารนี้ดีในด้าน เมตตา โชคลาภ มหาอุด กันภัยต่างๆ ภัยทางธรรมชาติ  และิอันตรายทั้งปวงโดยเฉพาะภัยทางน้ำ เพราะท่านบำเพ็ญบารมี ณ กลางใจกลางในมหาสมุทรและท่านที่เช่าบูชาพระอุปคุตปราบมารไปแล้วนั้น มีข้อแนะนำ บูชาดังนี้ครับ
        การตั้งบูชา นิยมการตั้งบูชาบนฐานรองรับ อยู่กลางภาชนะใส่น้ำ เป็นการจำลองคล้ายกับท่านจำพรรษาอยู่ในมหาสมุทร แล้วใช้ดอกมะลิลอยในน้ำบูชา และต้องตั้งต่ำกว่าพระพุทธ เนื่องจากเป็นพระอรหันต์ สาวกของพระพุทธเจ้า

admin 2011-10-24 20:09
พระสังกัจจาย รุ่น1 ลูกศิษย์สร้างถวาย จำนวนสร้างไม่ทราบแน่ชัด
พระสังกจจาย รุ่น2 ลูกศิษย์สร้างถวาย จำนวนสร้างไม่ทราบแน่ชัด

admin 2011-10-24 20:09
หลวงปู่บุษราคัม รุ่นสร้างอุโบสถ ๔๘  (หมด)

        รุ่นนี้ถ้าเทียบแล้วน่าจะเป็นรูปเหมือนหลวงปู่บุษราคัม รุ่นแรกครับ เพราะจัดสร้างหลังจากที่สร้างหลวงปู่บุษราคัมองค์ใหญ่ในโบสถ์เสร็จ แล้วเอาชนวนเนื้อสัมฤทธิ์แท้ที่เหลือจากการหล่อหลวงปู่บุญราคัมองค์จริงมาจัดสร้าง จำนวนสร้าง .......(ยังไม่ทราบแน่ชัด) เท่าที่เห็นมีอยู่ 2 แบบคือองค์เล็ก ขนาดประมาณ 1 เซ็นติเมตรนิดๆ ส่วนองค์ใหญ่สูงน่าจะนิ้วครึ่งเห็นจะได้(เดี่ยวผมจะหาองค์พระจริงๆ วัดขนาดมาแจ้งให้ทราบกันอีกทีครับ)  

หลวงปู่บุษราคัมแก่เงิน องค์ย่อย และช่อ 
(หมด)

        รูปหล่อหลวงปู่บุษราคัม (เนื้อชนวนแก่เงินผสมเจ้าน้ำเงิน)
ถือได้ว่าเป็นตำนานไปแล้วอีกรุ่นหนึ่ง รุ่นนี้ไม่มีจำหน่ายวัตถุประสงค์สร้างเพื่อเป็นที่ระลึกแด่ผู้มีจิตศรัทธาร่วมสร้างองค์หลวงปู่บุษราคัมองค์พระประธานในโบส์ถและมีส่วนหนึ่งที่เหลือตกค้างก็ได้นำออกแจกแก่ผู้ร่วมถวายผ้าป่าเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อที่ผ่านมา  คนสร้างบอกว่าใส่เงินเข้าไปเยอะมากและยังมีเจ้าน้ำเงิน (ปกติผมเห็นโลหะธาตุเจ้าน้ำเงินในตำราการสร้างพระกริ่ง) เห็นว่าใส่เพื่อเป็นเคล็ด " ให้มีพุทธคุณโดดเด่นในด้านการเงิน "  
        ผ้าป่าถวายวันเกิดหลวงพ่อเจริญ ปี 2554 วันเสารที่ 4 มิถุนายน 2554 พระรุ่นนี้จัดสร้างมานานแล้ว ปลุกเสกใหญ่ในพิธีเดียวกันกับเหรียญฉลองฉัตรทองคำ และถวายฉัตรทองคำ ซึ่งการจัดสร้างในครั้งนั้นเพื่อมอบให้กับคนที่ร่วมบุญจัดสร้างฉัตรทองคำถวายทางวัด จากการต้องการหาปัจจัยร่วมสร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ที่กำลังจัดสร้างอยู่ คณะประธานจัดทำผ้าป่าครั้งนี้จึงได้นำพระรุ่นนี้ออกมาให้ร่วมบุญผ้าป่ากัน โดยคุณอานนท์ เป็นประธานใหญ่ในครั้งนี้
        ผู้ร่วมจองและถวายผ้าป่า กองละ 15,000บาท จะได้รับหลวงปู่บุษราครับแก่เงิน ฝังตะกรุดทองคำ 1 องค์
        ผู้ร่วมจองและถวายผ้าป่า กองละ 10,000บาท จะได้รับหลวงปู่บุษราครับแก่เงิน ฝังตะกรุดเงิ 1 องค์
        ผู้ร่วมจองและถวายผ้าป่า กองละ 12,000บาท จะได้รับหลวงปู่บุษราครับแก่เงิน จำนวน 1 ช่อ
        ผู้ร่วมจองและถวายผ้าป่า กองละ   5,000บาท จะได้รับหลวงปู่บุษราครับแก่เงิน ตะใบก้นเรียบ 1 องค์

admin 2011-10-24 20:10
ยอดธงขาเดียว(แกนเดียว) (หมด)

บทความจากท่าน coke
        พระเจ้ายอดธง
        พระยอดธงถือว่าเป็นของสูงมาก จะถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้เหนือธง จึงเรียกว่า " พระยอดธง "  ธงถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของกองทัพมาก ทัพที่เก่งๆแค่เห็นธงประจำกองทัพก็ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความเกรงกลัวแล้วว่างั้นนะครับ พระยอดธงท่านสร้างขึ้นเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจแก่ทหารหาร และเชื่อว่าจะมีพุทธคุณคุ้มครองป้องกันภัยให้กับทหารทุกท่านในเวลาออกรบ..ปัจจุบันนิยมสร้างเพื่อแขวนเป็นวัตถุมงคลติดตัวเพราะต้องการพุทธคุณด้านคุ้มครองป้องกันภัยอีกทั้งพระนาม" ยอดธง " อันเป็นมงคลบางคนถือเป็นเคล็ดว่า " ยอดคน" เลยก็มี ก็แล้วแต่ความเชื่อความศรัทธาครับ ก่อนจะมาเป็นพระยอดธงวัดโนนสว่างได้มีวัดๆหนึ่งมานิมนต์หลวงพ่อไปพุทธาภิเษกพระยอดธง โดยครั้งนั้นทางวัดที่จัดงานได้จัดแบ่งพระเครื่องพิมพ์พระยอดธงมาไว้ด้านหน้าพระเกจิแต่ละรูปที่นิมนต์มานั่งปรก   ในพิธีพุทธาภิเษกครั้งนั้นได้เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ขึ้นหลายอย่างแต่ที่อยากเล่าคือมีการนำพระยอดธงไปทดสอบพุทธคุณโดยใช้ปืนยิงพระยอดธงที่จัดไว้ตรงหน้าพระเกจิแต่ละรูปปรากฎว่าพระยอดธงชุดที่วางไว้หน้าหลวงพ่อยิงไม่ออก..เมื่อต้นปีมีคนโทรมาหาผมบอกได้พระรุ่นนี้มาในฐานะที่รู้จักกันเอาแค่ 8,000ปกติราคาไปไกลกว่านี้แล้ว..ภายหลังหลวงพ่อได้มาเล่าให้ลูกศิษย์ฟังว่าพระยอดธงนี่ดีนะ อยากสร้างเป็นของวัดเราบ้าง จึงเป็นที่มาของพระยอดธงวัดโนนสว่าง หรือหลวงพ่อท่านถวายพระนามว่า " พระเจ้ายอดธง " แต่กว่าจะสถาปนาองค์ท่านสำเร็จนะครับตั้งแต่รูปลักษณ์กว่าจะลงตัวออกมา พระคาถาอันศักดิ์ที่บรรจุไว้ตรงฐานขององค์พระก็มีเทวดามาบอกว่าให้ใช้คาถาอะไรและพระทุกองค์ยังฝังระกรุดและอุดด้วยผงมวลสารอาถรรพ์อันศักดิ์สิทธิ์ไว้ใต้ฐานทุกองค์เรียกว่า ใส่แบบเต็มๆเลย ภายหลังพิธีพุทธาภิเษกท่านพูดว่า "พระรุ่นนี้แรงมากทำเอาแขนสั่นเลย " ใครพอมีปัจจัยแนะนำเนื้อเงินสร้างน้อยแต่เนื้อชนวนก็น่าเก็บครับ..

admin 2011-10-24 20:11
ยอดธง 2 ขา (หมด)

      พระครูพิพัฒน์วิทยาคม (เจริญ ฐานยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดโนนสว่าง เจ้าคณะตำบลหมากหญ้าธรรมยุต บ้านโนนสว่าง ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ได้ถวายพระนามพระยอดธงว่า ?พระพุทธแสนศึกอุดรไตรโลกนาถ นามเรียกขานว่า พระเจ้ายอดธง เป็นพุทธศิลปะผสมระหว่างอยุธยากับล้านช้างร่วมสมัยเป็นพระที่ถอดพุทธพิมพ์ตามแบบพระยอดธงโบราณมีพุทธลักษณะที่งดงามยิ่งฐานตั่งสองฐานซ้ายขวา ลงพระคาถาดังต่อไปนี้ ๑. พระคาถาโบกขรพรรษ ๒. พระคาถาพระเจ้าอยู่ในดอกบัว ๓. พระคาถาลูกปืนไหลเป็นน้ำ ๔.พระคาถายอดธรรม เนื้อพระยอดธงทั้งหมดเป็นเนื้อชนวนสัมฤทธิ์ที่ตัดออกและเหลือจากการหล่อ พระศรีรัตนสักยมุนี (หลวงพ่อบุษราคัม) พระประธานปางมารวิชัย เนื้อสัมฤทธิ์ ในอุโบสถวัดโนนสว่างทั้งหมด สร้างปี 2549

      พระเจ้ายอดธงพระพุทธแสนศึกอุดรไตรโลกนาถ ตอนนี้เก็บกันจ้าละหวั่น ใครช้าอดนะครับ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่แนะนำมากๆ หลวงพ่อพูดเองเลยว่าสุดยอดแล้วครับ ผ่านพิธีปลุกเสกมาหลายพิธี วัตถุประสงค์ชัดเจนสุดๆ เงินแม้แต่สตางค์เดียวก็ห้ามเอาไปทำอย่างอื่นโดยเด็ดขาด(ใครเอาไปต้องไปตามแก้ไขกันเอาเอง(หลวงพ่อได้ปวรณาอธิษฐานขอวัตถุประสงค์ไว้) เพราะรุ่นนี้สร้างมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ไม่สามารถนำเงินไปใช้ทางอื่นได้)

        1. เนื้อทองเหลืองผสมชนวน(สัมฤทธิ์)             สร้าง 5,874 องค์      บูชา 519 บาท (ปรับราคาเป็น 1,000 บาท (22/11/54))
        2. เนื้อเงิน เหลือน้อยมากๆ                              สร้างแค่ 199 องค์    บูชา 5,000 บาท ตอนนี้เหลือน้อยมาก ไม่น่าจะเกิน 20 องค์
        3. พระช่อเนื้อทองเหลืองผสมชนวน(สัมฤทธิ์)   สร้าง 20 ช่อ             บูชา  10,000 บาท

ตอนนี้ออกเยอะมากในแต่ละวัน ถ้าดูจากการบูชาในปัจจุบันแล้ว น่าจะไม่ถึงงานฉลองโบสถ์หมดแน่นอนครับ ใครไม่เก็บรุ่นนี้จะเสียใจครับ เพราะผมคิดว่าจะเป็นรุ่นที่คนหามากที่สุดอีกรุ่นหนึ่งในอนาคตครับ ผมฟันธงครับ แล้วท่านจะเสียใจถ้าไม่เก็บรุ่นนี้ไว้ครับ

admin 2011-10-24 20:11
ยอดธงหลวงปู่บุษราคัม (บ้านเพ็ก) ไม่มี


เวอร์ชันเต็ม: [-- ทำเนียบวัตถุมงคลวัดโนนสว่าง(หลวงพ่อเจริญ  ฐานยุตโต) --] [-- top --]


Powered by PHPWind v7.5 SP3 Code ©2003-2010 PHPWind
Time 0.033521 second(s),query:2 Gzip enabled

You can contact us